ขับรถมาชมวิว พร้อมชิมอาหารทะเล มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้ที่ชลบุรี

 

ถ้าพูดถึงจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตไม่ไกลจากกรุงเทพ ก็คงต้องนึกถึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งจังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้คุณได้เข้าไปเยี่ยมชม มีอาหารทะเลสด ๆ รสชาติอร่อย ไว้ให้คุณได้ลองลิ้มชิมรสด้วย ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันดีกว่าว่าที่ ชลบุรี จะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนน่าสนใจบ้าง  คาสิโนออนไลน์

  • เจ-พาร์ค (J-Park) ศรีราชา

จังหวัดชลบุรี ไม่ได้มีเพียงชายทะเล หรืออาหารทะเลให้ลิ้มลองเพียงเท่านั้นนะคะ เพราะว่าคุณสามารถมาเที่ยวชมเมืองจำลองของญี่ปุ่นได้ที่ เจ-พาร์ค (J-Park)  ศรีราชา  ซึ่งที่นี่ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านขนมญี่ปุ่น ห้างสรรพสินค้า รวมถึงร้านค้าญี่ปุ่นอยู่มากมายหลายร้านเลยทีเดียว ซึ่งหากว่าคุณอยากจะลองมาเที่ยวชมบรรยากาศในสไตล์ญี่ปุ่น ก็ลองแวะมาเที่ยวชมที่นี่ดูนะคะ รับรองว่าจะได้รับความสนุกในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมอีกด้วย

  • อ่างเก็บน้ำบางพระ

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงาม ไม่แพ้อ่างเก็บน้ำอื่น ๆ เลย ซึ่งการไปเที่ยวที่อ่างเก็บน้ำบางแสนนั้น มีหลากหลายมุม ให้คุณถ่ายรูป อีกทั้งอ่างเก็บน้ำที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่มีคนไปถ่ายรูปมากมาย เหนื่อยจากการทำงานก็ลองขับรถแวะมาเที่ยวชมอ่างเก็บน้ำบางพระดูนะคะ รับรองว่ามีมุมสวย ๆ ได้คุณได้เก็บภาพมากมายเลยล่ะค่ะ

  • หาดบางแสน

บางแสน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึง และได้ยินดีมานานแสนนาน ซึ่งบางแสนมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งชายทะเล ได้ไปเที่ยวชมบรรยากาศที่สุดแสนจะมีความสุข อีกทั้งหากว่าคุณไปเที่ยวในวันหยุด ศุกร์เสาร์ ก็สามารถไปเดินเล่นถนนคนเดินบางแสนได้ มาชลบุรีทั้งที อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่บางแสนนะคะ

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความงดงาม และมีความหลากหลายอย่างมาก มีทั้งความงดงามของธรรมชาติ ทะเล น้ำตก อ่างเก็บน้ำ รวมถึงยังมีความงดงามของสถาปัตยกรรมตามแบบสไตล์ญี่ปุ่นอีกด้วย ถ้าใครแวะมาจังหวัดชลบุรี ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวที่สถานที่ท่องเที่ยวที่เราแนะนำไปนะคะ เพราะว่าคุณจะได้เพลิดเพลินเต็มอิ่มกับสถานทีท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรีมากมาย ซึ่งรับรองว่าจะเป็นสถานทีท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาพักผ่อนหย่อนใจเลยทีเดียว และชลบุรี ก็เป็นจังหวัดที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ เดินทางง่ายและสะดวกกว่า รวมถึงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้คุณมีความสุขกับการพักผ่อนอย่างยิ่ง ลองแวะมาเที่ยวที่ชลบุรีดูนะคะ รับรองว่าคุณจะได้รับความสุขและความสนุกในรูปแบบใหม่กลับไปอย่างแน่นอน

 …

อ่านต่อ →

สุดยอดร้านส้มตำ-อาหารอีสาน ในกรุงเทพฯ (ตอนสุดท้าย)

ด้วยความที่ร้านส้มตำแซ่บ ๆ เด็ด ๆ ในกรุงเทพฯ มีหลายร้าน
ต่างก็มีจุดเด่นต่างกันไป
ซึ่งร้านส้มตำในสองตอนแรกอาจจะยังไม่คลอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ
หลายร้านอยูในย่านรัชดา-ลาดพร้าว
ดังนั้นในตอนสุดท้ายนี้จะแนะนำร้านแถวสาธรที่เป็นย่านออฟฟิศเต็มไปด้วย
หนุ่มสาว และหลายท่านกำลังมองหาร้านปาร์ตี้ฉลองคืนวันศุกร์กันอยู่
ลองจิ้มร้านที่จะแนะนำต่อไปนี้เป็นทางเลือกดูนะคะ

ร้านที่ 8. บ้านส้มตำ สาทร
ร้านส้มตำที่เรียกได้ว่าพิถีพิถัน บรรจงเลือกวัตถุดิบอย่างดี
อาหารหน้าตาน่ารับประทาน แถมบรรยากาศร้านก็สวยงาม นั่งสบาย ๆ
ในตอนเย็นหลังเลิกงาน การันตีความสะอาด แต่ยังคงความแซ่บ และอร่อย
ไม่ขาดรสชาติความเป็นเอกลักษณ์ความเป็นอาหารอีสานแม้แต่น้อย
ทางร้านมีเมนูให้เลือกหลากหลายทั้งอาหารไทย และอาหารอีสาน
รวมถึงของหวานอีกด้วย
พิกัด : ซอยประมวญ ถนนศรีเวียง สีลม บางรัก
ร้านเปิดบริการ : 11.00-22.00 น.
โทร : 0-2630-3486
เว็บไซต์ : http://www.baansomtum.com, https://www.facebook.com/baansomtum.sathorn

ร้านที่ 9. คำพูนร้านอาหารไทยสไตล์อีสาน การตกแต่งของร้านจะให้ไม้ไผ่ สุ่ม
ผ้าขาวม้าให้กลิ่นอายความเป็นอีสานและต่างจังหวัด
บรรยากาศเหมาะกับทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว
เมนูอาหารมีให้เลือกหลากหลาย เมนูเด็ดของร้านคือส้มตำไทย ตำลาว
หมูกระทงข้าวเหนียว และซั่วเส้นเล็ก
ทีเด็กที่กระเทียมเจียวหอมเจียวที่โรยหน้า ที่จะทำใหม่ ๆ
ช่วยทำให้อาหารอร่อยขึ้น ถูกปากใครหลายคนจนต้องมาซ้ำอีกหลายรอบ
พิกัด : สาขาเซ็นทัลเวิลด์, สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว, สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า,
สาขาเซ็นทรัลศาลายา, สาขาเซ็นทรัลบางนา
ร้านเปิดบริการ : ทุกวัน 10:00 – 22:00 น.
โทร : 02-646-1044, 02-646-1045
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Kumpoon-423822814337214/

ร้านที่ 10. ไก่ย่างเสือใหญ่ by Mangmoom
เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารอีสานสุดแซ่บที่เสิร์ฟอาหารสูตรพิเศษ พิถีพิถัน
และปรุงขึ้นจากสูตรที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
ผสมผสานเข้ากับตำนานของชื่อร้านอันมีที่มาจากภาพยนตร์
และแต่งแต้มด้วยสไตล์เฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณหญิงแมงมุม
รับรองว่าอร่อยเด็ดเผ็ดแซ่บไม่แพ้ที่ไหนเลยทีเดียว
พิกัด : ซอยสุขุมวิท 49 ถนนสุขุมวิท
ร้านเปิดบริการ : 11.00-22.00 น.
โทร : 0-2662-6428
เว็บไซต์ : https://www.kaiyangsuayai.com, https://www.facebook.com/kaiyangsuayai

ร้านที่ 11. ตำยั่ว ครกยักษ์
ร้านอาหารอีสานรสชาติแซ่บ เอาใจขาส้มตำมากๆ ด้วยเมนูส้มตำมากกว่า 50
เมนู ตำที่ขายดีแบบทุกโต๊ะต้องสั่ง อาทิ ตำยั่วระเบิด ตำโคตรมั่ว
(ตำปลาร้าตำกับหมูยอสูตรเด็ดทางร้าน กลมกล่อมแซ่บหอมนัวที่สุด)
และเมนูลาบ น้ำตก ต้มซุปเปอร์ขาไก่ ต้มแซ่บกระดูกหมูอ่อน
และขายในราคามตรภาพ เพราะเมนูตำของที่ร้านจะขายราคาไม่เกิน 65
บาทเท่านั้น แซ่บเว่ออ่ะพูดเลย
พิกัด : สาขา 1 พระราม2 ซอย 3 และ 5, สาขา 2 สยามสแควร์
ร้านเปิดบริการ : 11.00-22.00 น.
โทร : 09-5496-9777
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/tumyourkrokyaks

กว่า 10 ร้านที่แนะนำคงจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับมื้ออาหารสุดพิเศษ
ที่จะได้เฮฮากับครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ได้พูดคุยพบปะ
ผ่อนคลายความเครียดไปกับอาหารที่ถูกปากถูกใจ
ใครใกล้ที่ไหนก็ลองไปรับประทานกันดูนะคะ…

อ่านต่อ →

เที่ยวเชียงราย..

แน่นอนว่า หนึ่งในจังหวัดของภาคเหนือที่ขึ้นชื่อที่สุดนั้น นอกจากจังหวัดเชียงใหม่ ก็คือ จังหวัดเชียงราย โดย จังหวัดเชียงราย
ถือเป็นสุดยอดแดนสยามของไทย ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติมากมาย ทั้ง ขุนเขา ,สายหมอกจางๆ และ ดอกไม้ ที่สำคัญ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายเชิง
ทั้งวัฒนธรรม และ ประเพณีอันล้ำค่าเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ใครๆมาแล้วต้องฟิน
เริ่มจากสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ที่ใครมาเชียงราย แล้วต้องไม่พลาด นั่นคือ
ภูชี้ฟ้า ซึ่งมีความสูงถึง 1,200 -1,800 เมตร โดยจุดไฮไลต์ของที่นี่
อยู่ที่บริเวณเนินที่ราบสูงยอดภูเขา นอกจากอากาศจะบริสุทธิ์แล้ว ที่นี่
ยังเป็นจุดชมทะเลหมอก และ พระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า อันดับต้นๆของไทย
เพราะวิวทัศนต์ของภูเขาทางเขตฝั่งชายแดนนั้น ถือว่าสวยงามจริงๆ
อีกทั้งหน้าหนาวยังเป็นบรรยากาศที่ชิลสุดๆ สามารถกางเต๊นท์ นอนนับดาวได้อีกด้วย
และอีกหนึ่ง ซิกเนเจอร์ของที่นี่ ที่ต้องพูดถึงคือ วัดร่องขุน หรือ White Temple
ที่ไม่เพียงแต่เป็นที่รู้จักกันของคนเชียงราย และ คนไทย
แต่ยังรวมไปถึงระดับโลกด้วย โดยวัดแห่งนี้ เต็มไปด้วยศิลปะอันสวยงาม
ราวกับอยู่บนสวรรค์ ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยฝีมืออาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
จากบทความที่เราเขียนขึ้นมานี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คนไทย
จากที่มาเที่ยวที่นี่กันมากอยู่แล้ว จะมีปริมาณมากขึ้นไปอีก ที่สำคัญ
ยังมีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยว ที่รอให้ทุกคน เข้าไปสัมผัส และเรามั่นใจว่า
หากใครที่มาเชียงรายแล้ว จะรู้สึกประมาณว่า มาครั้งหนึ่ง คิดถึงตลอดไป..…

อ่านต่อ →

3 ที่ท่องเที่ยวแห่งฮ่องกง

แน่นอนว่า ฮ่องกง เป็นหนึ่งในประเทศ
ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะกับคนไทย ที่ส่วนใหญ่
ก็เคยไปท่องเที่ยวยังดินแดนอาตี๋น้อยนี้มาแล้ว และปฏิเสธไม่ได้ว่า
คนส่วนใหญ่ จะรู้จัก ฮ่องกง เพราะเหตุผลแรกคือ ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกิน
และ เหตุผลที่สองคือที่ช็อปปิ้ง แบรนด์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม
ยังมีอีกหลายสถานที่ที่นาสนใจ และ นี่คือ 3 ที่เที่ยวที่หลายคนอาจไม่รู้
เริ่มจากตลาดยวนโป โดยตลาดแห่งนี้ เป็นสถานที่แหล่งรวมคนรักนก
เป็นตลาดที่เอาไว้พบปะกันของผู้ซื้อขาย จุดเด่นของที่นี่ แน่นอนว่า
จะมีนกหลากหลายชนิดมารวมกัน ระหว่างเดิน ก็จะได้ยินเสียงนกเต็มไปด้วย
เรียกได้ว่าใครรักนก รักธรรมชาติ ต้องไม่พลาดมาที่นี่ เพราะขณะเดียวกัน
ก็ยังมีทั้งปลา และ ดอกไม้หลากหลายพันธุ์ รวมอยู่ด้วย
ต่อมาเป็น ถนนรองเท้าผ้าใบฟานหยุน โดยถนนแห่งนี้
เป็นสวรรค์ของเหล่านักช็อป นักสะสมรองเท้า ที่ดีที่สุด
เพราะที่นี่จะเต็มไปด้วยรองเท้าผ้าใบแบรนด์ต่างๆมากมาย ทั้งของเก่า และ
แรร์ไอเท็ม รวมถึงยังมีอุปกรณ์ออกกำลังกายต่างๆรวมอยู่ด้วย เรียกได้ว่า
เป็นย่านแฟชั่นที่ฮิตที่สุดในฮ่องกง ที่สำคัญ ต้องบอกว่า ราคาที่นี่
จับต้องได้อีกด้วย
ปิดท้ายกันที่ ช้อปปิ้งถนนเลดี้ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ร้อยทั้งร้อย ที่มาเยือน ฮ่องกง
คงไม่พลาดมาเดินถนนสายนี้ โดยที่นี่เป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่ง
เป็นถนนที่มีความยาวราวๆ 1 กิโลเมตร
สองข้างทางจะเต็มไปด้วยแผงสินค้าต่างๆ หลากหลายชนิด ทั้ง เครื่องประดับ ,
เสื้อผ้า , รองเท้า และ ประเก๋า ที่มีราคาไม่แพง
หากถูกใจก็สามารถซื้อติดไม้ติดมือไปฝากคนที่ไทยได้เลย

อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากทั้งหมดที่เราสาธยายและยกตัวอย่างมาแล้วนั้น เราการันตีได้เลยว่า สำหรับประเทศฮ่องกง
ในฐานะที่เป็นหนึ่งประเทศที่มีสถานท่องเที่ยวต่างๆมากมาย ยังมีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยว ที่รอให้ทุกคน
เดินทางไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง ดังนั้น ครั้งหนึ่งในชีวิต ห้ามพลาด…

อ่านต่อ →

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงส้ม

แกงส้ม ถือเป็นแกงตำรับเอกของภาคใต้และเป็นอาหารที่ต้องมีติดสำรับเสมอ
เพราะเป็นแกงที่ให้รสชาติอร่อย คือแม้จะมีรสเปรี้ยวและรสเผ็ดนำ
แต่ก็มีรสอื่นผสมอยู่ด้วยกันอย่างกลมกล่อม
โดยมีปลาสดกับผักเป็นตัวผสานเชื่อมสำคัญ
ขณะเดียวกันน้ำแกงยังมีขมิ้นเหลืองหรือขมิ้นชันสดเป็นเครื่องปรุง
หลัก พร้อมส้มที่จะขาดไม่ได้ ทำให้แกงส้มของปักษ์ใต้มีสีเหลือง
เป็นเหตุให้คนภาคอื่นๆ เรียกแกงส้มปักษ์ใต้ว่า “แกงเหลือง”
และจัดเป็นอาหารที่พลิกแพลงวัตถุดิบได้หลากหลายส่วนแกงส้มภาคกลางจะไม่ใส่ขมิ้น
และมีการปรับส่วนผสมของน้ำพริกแกงโดยเพิ่มกระเทียมลงในน้ำพริกแกง หรือเพิ่มกระชาย ข่า ตะไคร้
ในน้ำพริก เพื่อดับกลิ่นคาวปลาเรียกว่าแกงส้มของภาคกลางในแต่ละท้องถิ่นมีเครื่องปรุงที่เป็นเอก
ลักษณ์แตกต่างกันไป
ด้านแกงส้มภาคเหนือ ใช้เรียกแกงรสเปรี้ยว
ซึ่งได้จากน้ำมะกรูดและใบส้มป่อย เป็นแกงปลาใส่ผักต่างๆ
แต่งกลิ่นให้หอมด้วยใบแมงลัก น้ำแกงมีสีเหลืองเพราะใส่ขมิ้น
น้ำพริกประกอบด้วยรากผักชี เกลือ ตะไคร้ ขมิ้น พริกชี้ฟ้า หอม
กระเทียม และ กะปิอย่างไรก็ตาม
เพื่อให้ได้ความหมายของคำว่าโบราณตามหัวข้อที่เราต้องการสื่อ
บทความนี้เราจะนำทุกท่านไปเรียนรู้วิธีปรุงแกงส้มในแบบฉบับปักษ์ใต้กัน เริ่มจากพริกแกง กอปรด้วย พริกขี้หนูสด, กระเทียม,
ขมิ้นสด, เกลือ และ กะปิ
วิธีการตำก็ไม่ยากอะไร
นำทุกอย่างมาโขลกรวมกันให้ละเอียด แล้วค่อยใส่ กะปิ
ลงไปตำปิดท้าย ใช้เวลาไม่กี่นาที พริกแกงละเอียดและแหลกง่ายๆ
แน่นอน ส่วนวัตถุดิบที่ใช่เสริมรสเปรี้ยว หากแกงหน่อไม้ดองก็ไม่จำเป็นต้องใส่อะไรเพิ่ม เพราะได้รสเปรี้ยวเจือเค็มลงตัวอยู่แล้ว
แต่หากใช้ผักชนิดอื่น ให้เตรียมของเปรี้ยวอื่นๆ ไว้เสริมด้วยอาทิเช่น มะนาว, มะขามเปียก หรือ น้ำส้มโหนด
ส่วนเนื้อที่จะใส่ในแกงส้ม เอาตามสูตรหน่อไม้ดองต้องแกงกับปลากะพงทะเล หั่นชิ้นใหญ่
ซดเข้าปากเต็มคำอร่อยเหาะเมื่อเตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้ว ก็นำน้ำใส่หม้อยกขึ้นตั้งไฟ
นำพริกแกงลงไปละลายน้ำ รอจนเดือดแล้วจึงเติมเกลือนิดหน่อย
ตามด้วยหน่อไม้ดอง จากนั้นปรุงรสเพิ่มเติมนิดหน่อย แล้วจึงใส่
เนื้อปลา ตามลงไป กดเบาๆ ให้จมน้ำแกง ปล่อยไว้จนสุกเมื่อเนื้อปลาสุกได้ที่
จัดการปิดไฟแล้วใส่ใบมะกรูดฉีกนิดหน่อย ตบท้ายด้วยการบีบ มะนาว, ใส่น้ำมะขามเปียก หรือ น้ำส้มโหนด ลงไป
เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆแกล้วด้วยผักและไข่เจียวที่ทอดแบบไม่ปรุง
รสชาติอร่อยเหาะอย่าบอกใคร อย่างไรก็ตาม โดยธรรมชาติของ แกงส้ม แล้ว
การกินครั้งแรกมักจะยังไม่ได้รสชาติที่อร่อยมากที่สุด
แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วจัดการอุ่นเพื่อรับประทานอีกครั้ง
คุณจะพบว่ารสชาติของแกงส้มจะกลมกล่อมมากขึ้นเรื่อยๆ
ถือเป็นเสน่ห์ที่อาหารชนิดอื่นยากลอกเลียนแบบ…

อ่านต่อ →

มาดูวิธีการทำ “ตะโก้สาคูข้าวโพด” ขนมไทยรสชาติสุดแสนจะกลมกล่อม

“ตะโก้สาคูข้าวโพด” เมนูขนมหวานไทยที่มีรสชาติสุดแสนจะกลมกล่อม หวานมันหอมอร่อย
สาคูเม็ดเหนียวนุ่ม พร้อมด้วยข้าวโพดหวานๆ หอมมันกะทิ ซึ่งมีเคล็ดลับคือ นำสาคูมาต้มเคี่ยวกับ
น้ำลอยดอกมะลิให้สุกเม็ดใส จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไป จากนั้นจึงใส่ข้าวโพดต้มสุกลงไป
คนคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาตักใส่ในกระทงใบเตย จากนั้นต้มเคี่ยวน้ำกะทิ กับแป้งข้าวเจ้า
ใช้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวกะทิจนเหนียวข้นดีแล้ว จากนั้นให้นำมาหยอด ด้านบนสาคูข้าวโพด
ในกระทงใบเตยจนเต็ม แล้วปาดให้หน้าเรียบเสมอกัน หลังจากนั้นก็เตรียมความพร้อม
ด้วยการจัดวางให้ดูเรียบร้อย และออกมาเสริฟให้ได้ลิ้มรสถึงความอร่อยที่สุดแสนกลมกล่อม
ส่วนผสม
– สาคู 1 ถ้วย
– ข้าวโพดต้มสุก ½ ถ้วย
– น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
– น้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย
– กะทิ 1 ถ้วย
– แป้งข้าวเจ้า 1/3 ถ้วย
– กระทงใบเตย 30 กระทง
วิธีการและขั้นตอนการทำ
1.เตรียมเครื่องปรุงรส ทำตะโก้สาคูข้าวโพด ได้แก่ สาคู น้ำตาลทราย กะทิ น้ำลอยดอกมะลิ
ข้าวโพดต้มสุก แป้งข้าวเจ้า เตรียมไว้
2.จากนั้นนำสาคู มาทำความสะอาดฝุ่นออก แล้วใส่กระชอน จากนั้นนำน้ำเทใส่
ล้างน้ำให้สะอาด แล้วพักสะเด็ดน้ำไว้
3.จากนั้นเตรียมกระทงใบเตย สำหรับใส่ตะโก้สาคูข้าวโพด ดูวิธีการทำได้ที่
วิธีการทำกระทงใบเตย
4.จากนั้นตั้งหม้อ เทน้ำลอยดอกมะลิลงไป 1½ ถ้วย ใช้ไฟกลาง แล้วต้มให้น้ำเดือด
จากนั้นจึงนำเม็ดสาคูใส่ลงไป แล้วใช้พายไม้คนๆ ให้ทั่วๆ สังเกตูดูว่าเม็ดสาคูเริ่มจะใสๆ
จากนั้นเติมน้ำลอยดอกมะลิเพิ่ม แล้วคนไปเรื่อยๆ จนเม็ดสาคูใส แสดงว่าสาคูสุกดีแล้ว
จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายลงไป แล้วคนผสมให้เข้ากัน เมื่อต้มส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว
จากนั้นจึงใส่ข้าวโพดต้มสุกลงไป คนคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน จากนั้นปิดไฟ แล้วพักไว้ให้พออุ่นๆ
5.เมื่อพักสาคูข้าวโพดพออุ่นๆ ดีแล้ว จากนั้นนำสาคูข้าวโพด มาหยอดลงไป ในกระทงใบเตย
ประมาณ ¾ ของถ้วย
6.จากนั้นตั้งหม้อใส่กะทิลงไป ใช้ไฟอ่อนๆ พอกะทิเริ่มร้อน จากนั้นใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป
คนให้เข้ากัน คนไปเรื่อยๆ จนกะทิเหนียวข้น
7.เมื่อเคี่ยวกะทิเหนียวข้นดีแล้ว จากนั้นให้นำมาหยอด ด้านบนสาคูข้าวโพด
ในกระทงใบเตยจนเต็ม แล้วปาดให้หน้าเรียบเสมอกัน ต้องรีบหยอดกะทิเร็วๆ
เพราะกะทิจะแห้งตัวเร็วมาก
8.จะได้ตะโก้สาคูข้าวโพด ตักใส่กระทงใบเตย แล้วพักไว้ให้เซ็ทตัว เมื่อเซ็ทตัวดีแล้ว
พร้อมจัดเสิร์ฟ
9.จัดเสิร์ฟ ตะโก้สาคูข้าวโพดหอมๆ รสชาติกลมกล่อม หวานมันหอมอร่อย สาคูเม็ดเหนียวนุ่ม
กับข้าวโพดหวานๆ หอมมันกะทิ หอมอร่อยเข้ากัน…

อ่านต่อ →

3 ที่พักติดหาดน่านอนบนเกาะล้าน

หน้าฝนกำลังจะผ่านพ้นไปในไม่ช้าสิ่งที่ตามมาคือช่วงเวลาที่กำลังจะใกล้เข้าหน้าหนาว
ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวอีกด้วยเพราะใกล้สิ้นปีเข้าไปทุกที
ซึ่งการเที่ยวในหน้าหนาวแม้หลายคนจะเลือกไปเที่ยวภาคเหนือสัมผัสธรรมชาติท่ามกลางอากาษหนาว
เย็นที่หนึ่งปีจะมีสักครั้ง แต่ก็มีบางคนชอบที่จะไปทะเลเสียมากกว่าอย่างเช่นเกาะล้านเป็นต้น
โดยเกาะล้านนั้นถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีความสวยงามอย่างมากในภาคตะวันออก
โดยตั้งอยู่ที่พัทยาการเดินทางนั้นก็ง่ายแสนง่ายเพียงนั่งรถจากหมอชิตก็จะมีรถที่ส่งไปตรงถึงท่าเรือได้เลย
สำหรับเกาะล้านนั้นจัดเป็นเกาะที่ขายสินค้าราคาไม่แพงเพราะปกติแล้วราคาสินค้าที่อยู่บนเกาะจะถูกเพิ่มราคาจนน่าตกใจ
แต่ที่นี่กับบวกเพิ่มเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่สำคัญไปกว่านั้นเกาะล้านเป็นเกาะที่มีชายหาดสวยงามแถมน้ำทะเล
ยังใสจนเห็นปลาที่แหวกว่ายได้อย่างขัดแจ๋วเราจึงขอแนะนำ 3 ที่พักเกาะล้านที่ถูก
และดีหากปลายปีนี่คุณอยากจะแวะไปเยือนมาแนะนำกันจะมีที่ใดบ้างติดตามได้ที่นี่

บ้านรินรักษ์
เริ่มกันที่บ้านรินรักษ์ที่นี่มีการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
และเข้าถึงอารมณ์เกาะแบบสุดๆที่สำคัญอยู่ติดทะเลนิดเดียวเดินไม่กี่ก้าวก็ลงชายหาดได้เลยสำหรับใครที่
อยากจัดทริปสุดชิลได้เที่ยวในที่สวยๆ
และมีที่พักราคาปีชระหยัดแถมมีคุณภาพบ้านรินรักษ์ก็อาจเป็นคำตอบให้คุณได้นอกจากนี้ทางบ้านพัยังมี
บริการให้เช่าจักรยานเอาไว้ปั่นเล่นรอบหาดอีกด้วย

ซีเลย์ รีสอร์ท
ถัดมาเป็น ซีเลย์ รีสอร์ท หากใครได้มารับรองจะต้องติดใจเพราะรีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับหาดตาแหวน
ซึ่งเป็นหาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยียนเกาะล้านเพราะหาดตาแหวนได้
ชื่อว่าเป็นหาดที่สวยงามอันดับต้นๆของเกาะเลยทีเดียว
ซึ่งการมาพักที่ซีเลย์นั้นจะสามรชมวิวชายหาดได้จากมุมสูงยิ่งทำให้ดูวิวได้สวยงามมากขึ้น
ขณะที่ภายในห้องพักยังดีไศน์ออกมาได้อย่างสวยหรท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่เป็นกันเอง

ตาแหวนบีช รีสอร์ท
สำหรับรีสอร์ทแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งรีสอร์ทที่มีคุณภาพ และมีราคาไม่แพงเกินไป
โดยห้องพกมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นเครื่องทำน้ำอุ่น ตู้เย็น
ไดร์เป่าผมก็มีให้พร้อม แต่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญของรีสอร์ทแห่งนี้คือช่วงเย็นจะมีร้านอาหารเปิดให้บริการ
ซึ่งตั้งอยู่ริมหาดแถมยังมีการแสดงต่างๆให้ได้ชมระหว่างทานอาหารอีกด้วย…

อ่านต่อ →

ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดฮิต

ในปัจจุบัน ร้านอาหารญี่ปุ่นต่างๆที่ผุดขึ้นมาอย่างมากมายทั้งแบบธรรมดา และแบบบุฟเฟ่ต์
ราคาตั้งแต่หลักสิบจนถึงหลักหมื่นเลยก็มี สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว คงต้องหาที่กินที่อร่อย ประหยัด
และได้คุณภาพ วันนี้จึงมาแนะนำร้านอาหารญี่ปุ่นราคารเบาๆแบบสบายกระเป๋ากัน
1.ไข่หวานบ้านซูชิ
ร้านซูซิราคาประหยัดเเต่มีความอร่อยไม่ประหยัด ร้านนี้ตั้งอยู่เมืองทอง ร้านนี้คือร้านที่เหล่าสาวกซูซิห้ามพลาด
มีหน้าให้เลือกหลากหลาย ราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ10-20บาทเท่านั้น
นอกจากซูซิเเล้วยังมีซาซิมิเเซลมอนเเล่คุณภาพดี ราคาเพียง 150 บาทเท่านั้น

2. อร่อยจัง
เทอริยากิ ร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังข้างทาง ด้วยเมนูอาหารญี่ปุ่นราคาประหยัดแต่คุณภาพดี
แถมอร่อยถูกปากคนไทยจึงทำร้านนี้ เป็นร้านอาหารโปรดในดวงใจของใครหลายคน
โดยราคาอาหารร้านนี้เริ่มต้นที่ 38 บาทและยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายอีกด้วย

3. Sousaku
เป็นอีกร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศดี มีเมนูหลากหลาย โดยเฉพาะ Negi Otoro Jumbo
ชิ้นโต พร้อมไข่ปลาอร่อยแบบเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ยังมีปลาดิบที่พลาดไม่ได้อย่าง Salmon-Otoro
Twist, Salmon Toro Aburi, Marugoban Toro Aburi ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 80 บาท

4.ร้าน ISAO
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ สุขุมวิท ซอย 31 เอกลักษณ์ของร้านนี้คือ เซตของข้าวปั้น, ซูชิ หรือปลาดิบ
คือสิ่งที่โดดเด่นของร้าน นอกจากนี้ยังมีเต้าหู้ทอดที่ราดด้วยซอสงาแบบญี่ปุ่น
ซึ่งที่เด็ดอยู่ที่ซอสงาสูตรลับที่ทางร้านพิถีพิถันในการปรุงแต่งเพื่อให้ ถูกปากลูกค้า
และยังเป็นเมนูยอดฮิตของทางร้านอีกด้วย ราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด ราคาต่อจานตั้งแต่หลักร้อยต้นๆ
ไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับคุณภาพอาหารแล้ว

5. Yashima
เป็นอีกหนึ่งร้านที่อาหารทำโดยคนญี่ปุ่นในราคาย่อมเยา ด้วยราคาเป็นมิตร พร้อมด้วยปริมาณ
และคุณภาพที่เกินราคา ทำให้ร้านยาชิมะมีลูกค้าอย่างหนาแน่น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 69 บาท
ส่วนใครชอบแซลมอนซาชิมิ ทางร้านก็มี ราคาเพียง 119 บาท
และมีอีกหลากหลายเมนูที่น่าลองแบบอร่อยและยังสบายกระเป๋าอีกด้วย

6.ร้าน SUSHIOO
ร้านนี้มีทั้งหมด 3 สาขา Mercury , The Street(รัชดา), Victoria
Garden(เพชรเกษม) เมนูที่เราจะมาแนะนำวันนี้คือ…ซูชิหน้าปลาไหล ด้วยรสชาติที่นุ่มละมุนลิ้น
หอมกลิ่นปลาไหลย่างถือว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของร้านคือซูชิ 1 คำจะเท่ากับซูชิ 2
คำวิธีซ้อนปลาลงบนข้าวปั้นอีกชั้นเป็น 1 คำจะมีปลา 2 ชั้น ราคาเริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้น…

อ่านต่อ →

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ล่าเตียง

ล่าเตียง ถือเป็นสำรับอาหารโบราณ
ที่มีการสันนิษฐานถึงประวัติที่มาแตกต่างกัน โดยจาก
"ตำราแม่ครัวหัวป่าก์" ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์
ได้กล่าวถึงล่าเตียง ว่าเป็นเครื่องเคียงในสำรับกับข้าว
ใช้ไข่เป็ดมาสะบัดขวางไปขวางมาเป็นตาตาราง
ห่อหุ้มไส้ที่ทำจากกุ้งนาง พริกไทย กระเทียม เกลือ และรากผักชี
ส่วน หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ได้อธิบายถึง หรุ่ม และ
ล่าเตียง ไว้ใน "ตำรากับข้าวชาววัง" ว่า อาหารสองชนิดนี้
มีความคล้ายกัน แต่ต่างกันตรงลักษณะของไข่ที่นำมาห่อ
หรุ่มจะห่อด้วยไข่ทอดแผ่นบาง ส่วน ล่าเตียง
จะโรยไข่ให้เป็นตารางแล้วค่อยนำมาห่อไส้
ขณะที่ ศ.เกียรติคุณ ดร.กุสุมา รักษมณี ได้กล่าวถึง ล่าเตียง
ไว้ในหนังสือ "อาหารในสำรับมุสลิมบางกอกน้อย"
ว่าเป็นอาหารว่างของชาวมุสลิม เรียกได้อีกชื่อว่า หรุ่ม
ไส้จะมีกุ้งและมะพร้าวเป็นวัตถุดิบหลัก
ห่อหุ้มด้วยไข่ที่ทำเป็นร่างแห
นอกจากนี้ "ล่าเตียง" ยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ในสำรับที่
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1
มีหมายรับสั่งให้จัดทำไปเลี้ยงในงานฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดารา
ม และปรากฏอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
บทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลที่ 2
โดยวัตถุดิบในการทำ ล่าเตียง จะมากมายหลายอย่าง
ไล่ตั้งแต่ รากผักชีหั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ,
กระเทียมไทยปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ, พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา,
เนื้อปลาสับละเอียด 1 ถ้วย, เนื้อกุ้งสับละเอียด 1/2 ถ้วย
พร้อมมันกุ้ง
ไปจนถึง หอมหัวใหญ่ 1/4 ถ้วย, มันเทศสุกบดละเอียด 1/4
ถ้วย, ถั่วลิสงคั่วบุบ 1 ถ้วย, น้ำตาลโตนด 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย
1 ช้อนโต๊ะ, เกลือ 1 ช้อนชา, น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่เป็ด 4
ฟอง, ไข่ไก่ 2 ฟอง, แป้งมันหรือแป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนชา,

ใบเตย 1 ใบ, น้ำมันสำหรับเช็ดกระทะเล็กน้อย, พริกชี้ฟ้าแดง
หั่นเป็นเส้นๆ และ ผักชีเด็ดเป็นใบๆ
ขั้นตอนการทำไส้ล่าเตียง เริ่มจาก นำ พริกไทยขาวเม็ด
มาคั่ว แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด จึงตามด้วย รากผักชี กระเทียม
โขลกรวมกัน จากนั้นหันไปเตรียม เนื้อปลา กุ้ง และ
หอมใหญ่เสร็จแล้ว นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน
เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ นำ รากผักชี กระเทียม พริกไทย
ลงมาผัดสักพัก จึงใส่ หอมใหญ่ ตามลงไปผัดต่อ จนหอมใหญ่สลด
ใส และนิ่ม จึงลดไฟลง ใส่น้ำตาล เกลือ ผัดให้เข้ากัน
ใส่เนื้อปลาลงไป ผัดให้เนื้อปลากระจายตัว แล้วเพิ่มไฟปานกลาง
นำ กุ้ง ลงผัด เมื่อกุ้งสุก ปิดไฟ ใสถั่วลงไปผัดให้เข้ากัน
และปิดท้ายด้วยมันเทศบด ทิ้งให้พออุ่น
นำมาปั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ส่วนวิธีการทำส่วนของ ไข่ เริ่มจากนำ ไข่เป็ด ไข่ไก่ และ
แป้งข้าวโพด ที่ละลายไว้ มาผสมกัน จากนั้นนำ ใบเตย ผสมลงไป
แล้วใช้มือขยำรวมทุกอย่างให้พอเข้ากัน
นำไปกรองผ่านผ้าขาวบางพักไว้ แล้วหันไปนำกระทะตั้งไฟอ่อน
เช็ดด้วยน้ำมันบางๆ
เมื่อกระทะร้อน นำไข่มาโรยให้เป็นตาข่าย
จะใช้วิธีจุ่มนิ้วมือทั้งสี่ลงไปในไข่แล้วนำมาสะบัดเร็วๆ
ลงบนกระทะก็ได้ หรืออาจใช้กรวยใบตองก็สะดวกดี
พอไข่เริ่มสุกก็แซะมาวางบนใบตอง ทำเรื่อยไปจนหมด
แต่ต้องระวังไม่ให้กรอบ เพราะจะห่อไม่ได้
จากนั้นเมื่อได้เครื่องปรุงทั้งหมด เราก้จะมาประกอบ ล่าเตียง
เริ่มจากนำแผ่นไข่มาวาง หันด้านไม่เรียบขึ้น วาง พริกชี้ฟ้า
วางตัดกัน 2 เส้น ตามด้วย ใบผักชี และ ไส้
จากนั้นจึงพับไข่ให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหุ้มไส้ไปตามรูปทรงที่เรา
ปั้นไว้ ถือเป็นอันเสร็จ
ที่เหลือก็คือการเสิร์ฟ โดยใช้ ผักกาดหอม มารองเป็นฐาน
จัด พริกชี้ฟ้า วางลงไป ทำ แตงกวา ให้เป็นใบไม้เล็กๆ
นำมาประดับด้วยกันให้สวยงาม

หรือใครอยากเพิ่มรสชาติให้อร่อยถูกปากมากขึ้น อาจเสิร์ฟคู่กับ
อาจาด ก็ได้เช่นกัน…

อ่านต่อ →

พาไปชมร้าน Bistro ที่อาจทำให้คุณต้องอยากไปลิ้มรสชาติอาหารกันสักครั้ง

การรับประทานอาหารถือเป็นสิ่งที่ใครหลายคนชื่นชอบที่จะอยากออกไปหาร้านสวยๆเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศกัน
และไม่ใช่แค่ได้เปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นแต่ยังได้เจอกับเมนูอาหารที่แตกต่างกันนอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใครอีกด้วย
ฉะนั้นในวันนี้เราจะแนะนำ 3 ร้านอาหารน่านั่งมารีวิวให้คุณได้รู้จักกัน

Early Bird Coffee Dessert bar
สายคนชอบกินที่มีรสนิยมชอบร้านแนวโมเดิร์นบรรยากาศดีๆก็ต้องไปพลาดร้านนี้กับ Early Bird Coffee Dessert bar
โดยเป็นร้านที่โดดเด่นทั้งเมนูเครื่องดื่มรวมไปถึงอาหารคาวหวานหลากหลายเมนูมาให้ได้ทานกันสำหรับ
การตกแต่งนอกจากจะเป็นแนวโมเดิร์นแล้วยังดีไซน์ออกมาได้ดูมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างมาก
แต่ที่โดดเด่นที่สุดของร้านนี้ก็ต้องเป็นพวกของหวานที่ทางร้านมักจะมีเมนูของหวานใหม่ๆคิดค้นออกมา
ให้ลูกค้าได้ลิ้มลองเสมอ ส่วนราคาก็ถือว่าไม่แพงเพราะเท่ากับร้านแนวนี้ทั่วๆไปโดยเริ่มต้นเมนูละ 85 บาท

Yingdeaw Homemade
เปลี่ยนมาดูร้านใหม่กันบ้างสำหรับ Yingdeaw Homemade
ร้านนี้ต้องบอกว่าเหมาะมากๆสำหรับคุณผู้หญิงที่ชื่นชอบของหวาน
เพราะไม่ใช่แค่เมนูอาหารจานใหญ่ที่โดดเด่นประจำร้านเท่านั้นที่นี่ยังเน้นให้ความสำคัญกับเมนูของหวานอย่างมาก
โดยในแต่ละเดือนจะมีเมนูของหวานถูกดีไซน์ออกมาหลายรูปแบบเพื่อให้ไม่มีความซ้ำซากจำเจ
และให้ลูกค้าได้เจอกับอาหารหน้าตารวมถึงรสชาติใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
โดยของหวานที่ขึ้นชื่อที่สุดของร้านนี้ก็ต้องวอฟเฟิลราดน้ำผึ้งที่แม้จะเป็นเมนูธรรมดา
แต่มีควสามพิเศษตรงเนื้อแป้งมีความนุ่มอร่อยหอมกำลังดียิ่งราดน้ำผึ้งลงไปก็ยิงให้ความอร่อยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว
ส่วนการตกแต่งเมนูอาหารที่นี่เขามีความเป็นศิลปะอย่างมากซึ่งทุกเมนูได้รับการตกแต่งน่ารับประทานทั้งสิ้น

Kaffe 50
ใครชอบร้านสายชิลไม่ซีเรียสเรื่องขนาดของร้านก็ต้องมาที่นี่ Kaffe 50
โดยมันถูกออกแบบมาได้เรียบง่ายไสตล์ลอฟ
แต่รสชาติอาหารจัดว่ายอดเยี่ยมยิ่งไปกว่านั้นการมาที่ร้านนี้ก็ง่ายมากๆเพียงแค่นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลง
สถานีทองหล่อหรือเอกมัย และเดินตรงมาอีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะเจอร้านทันที สำหรับร้านKaffe
50เป็นร้านเล็กที่มีกาแฟหอมเข้มเต็มรสรวมถึงอาหารรสดีที่หลายคนชื่นชอบเลือกมารับประทานอยู่เสมอ
และที่พิเศษคือทางร้านจะเปลี่ยนเมนูของหวานทุกเดือนเพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองอาหารใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
เรียกว่าน่าไปลองสักครั้ง…

อ่านต่อ →

หน้าหนาวนานไป : 4 ที่เที่ยวธรรมชาติที่พร้อมให้คุณแบกเป้ไปลุยได้เลย

หากรอเที่ยวหน้าหนาวก็อาจจะนานเกินไปสำหรับใครหลายคน
บางคนอยากจะเที่ยวเพื่อชาร์จแบตเสียแต่ตอนนี้เราจึงอย่าจะมาแนะนำ 4
ที่เที่ยวที่น่าไปสำหรับคนรักการเที่ยวแบบธรรมชาติมาให้คุณได้ชมกัน

1.นาขั้นบันได บ้านป่าปงเปียง จ.เชียงใหม่
หากใครชื่นชอบสูอากาศ และชมทิวทัศน์ความงดงามของธรรมชาติก็ต้องไม่พลาด นาขั้นบันได
บ้านป่าปงเปียง จ.เชียงใหม่ และไม่ต้องกลัวว่าไกลขนาดขึ้นเหนือแบบนี้เวลาเที่ยวจะน้อย
เพราะเพียงนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพมาลงที่นี่ก็จะได้เที่ยวแบบจุใจแถมประหยัดราคา และเวลาได้อีกด้วยโดย นาขั้นบันได
บ้านป่าปงเปียงนั้นเต็มไปด้วยผินนาที่จำทำให่้เราได้ชมธรรมชาติที่สวยงามแถมยังมีบรรยาศดีๆให้ได้สูดเต็มปอดก่อนกลับไปทำงานอีกครั้ง

2.น้ำตกคลองลาน
น้ำตกคลองลาน เรียกได้ว่านี่คือน้ำตกที่มีควมสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชรเลยทีเดียว
โดยน้ำที่ตกลงมานั้นมาจากด้านบนของยอดเขาคลองลานนั่นเองโดยจะถูกปล่อยให้ไหลลงมาตามห้วย
น้ำต่างๆรวมแล้วมีถึง 5 สายด้วยกันมาลงที่หุบเขานี่เอง และทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำลึกที่มี่ความยาวมากถึง
3 กิโลเมตรเลยทีเดียวที่สำคัญมันไฟลมาจากความสูงถึง 100 เมตรกับหน้าผาที่สูงชันของน้ำตก
และมีความสวยงามอีกทั้งรอบๆบริเวณยังมีที่นั่งให้ชมวิวได้อีกด้วย
ขณะเดียวกันเมื่อไต่เหนือหน้าผาของน้ำตกขึ้นไปจะเป็นพื้นที่โล่งๆที่เปรียมเสมือนแหล่งรองน้ำก่อนจะถูก
ปล่อยลงมาด้วยความสูง 100 เมตรกลายเป็นน้ำตกแห่งนี้นั่นเอง

3.เนินช้างศึก
สำหรับเนินช้างศึกนั้นตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่มีความสวยงามแถมยังอยู่เหนือทะเลอันดามันยิ่งทำให้ทิวทัศน์มีความงดงามมากกว่าเดิม
นอกจากนี้หากมาที่นี่เรายังได้ชมวิวของสันเขาล้างเผือกที่ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาวที่สำคัญยังมีอากาศที่
เย็นสบายไปตลอดทั้งปี และเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่รักการถ่ายภาพธรรมชาติ

4. ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ
ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ตั้งอยู่บนดอยหัวมดสำหรับที่แห่งนี้แนะนำว่าควรมาในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน
เพราะดอกไม้ที่เรียกว่าเทียนปีกผีเสื้อจะบานออกดอกเต็มไปทั่วทั้งทุ่งดูสวยงามและมีสีชมพูที่ทำให้ดูมีความอบอุ่นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเหล่าผีเสื้อตัวน้อยทีบินมากินเกสรดอกไม้ไปเต็มทุ่งอีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นอย่างนแนอน
และมันยังถูกจัดให้เป็นแหล่งชมวิวที่สวยที่สุดขงออำเภออุ้มผางอีกด้วย…

อ่านต่อ →