ซึมซับวิถีไทยกับประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่สระบุรี

หน้าปฏิทินหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เผลอแปปเดียวเทศกาลเข้าพรรษาก็ใกล้เข้ามาแล้ว โดยในปี 2561นี้
วันเข้าพรรษา จะตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม
ซึ่งหลายสถานที่ในประเทศจะมีการจัดงานแผ่เทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในวันเข้าพรรษา ที่
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี
นั้นแตกต่างออกไป
เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้โด่งดังจากประเพณีแห่เทียนพรรษา
หากแต่โด่งดังจากประเพณีโบราณอย่างตักบาตรดอกไม้
ประวัติความเป็นมาของ ประเพณีตักบาตรดอกไม้
เล่าขานกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยโยราณกาล โดยเริ่มจาก
พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์
ทรงโปรดปรานดอกมะลิมาก ในแต่ละวันจะรับสั่งให้นายมาลาการ
นำดอกมะลิสดมาถวายถึงวันละ 8 กำมือ
วันหนึ่งขณะที่ นายมาลาการ กำลังเก็บดอกมะลิ
ได้พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่ง
เสด็จออกบิณฑบาตร นายมาลาการสังเกตุเห็นพรรณรังษี
ฉายประกาย รอบๆ พระวรกาย
ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธองค์อย่างยิ่ง
นายมาลาการ จึงตัดสินใจนำดอกมะลิที่มีไปถวายแด่ พระพุทธเจ้า
พร้อมกันนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานว่าข้าวของทุกสิ่งที่พระเจ้าพิมพิสาร
ทรงมอบให้เพียงเพื่อยังชีพในภพนี้เท่านั้น
แต่การนำดอกไม้ถวายบูชาแก่พระพุทธองค์
สร้างอานิสงส์ได้ทั้งภพนี้และภพหน้า หากถูกประหารชีวิต
เพราะไม่ได้ถวายดอกมะลิก็ยินยอม
ครั้นภรรยานายมาลาการ ทราบความ
ก็เกรงกลัวว่าจะต้องโทษที่สามีไม่ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าพิมพิสาร
ก็หลบหนีออกจากบ้านไป
แต่หลังจากที่พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบกลับพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก
และได้ปูนบำเหน็จรางวัลความดีความชอบแก่นายมาลาการ
นับแต่นั้นมาชีวิตของ นายมาลาการ ก็อยู่อย่างมีความสุข
ชาวอำเภอพระพุทธบาทได้ยึดถือประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประเพณีสำคัญ
ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นประจำทุกปี
และกำหนดเอาวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี
เป็นวันประเพณีตักบาตรดอกไม้
โดยเมื่อพระภิกษะสงฆ์รับบิณฑบาตรดอกไม้จากพุทธศาสนิกชน
แล้วจะนำออกมาสักการะพระเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วของ
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จากนั้นนำไปสักการะบูชาพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่
ที่บรรจุพระบรมพระสารีริกธาตุ
และเข้าโบสถ์ประกอบพิธีสวดอธิษฐานเข้าพรรษา
อย่างไรก็ตาม ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มากขึ้น
ปัจจุบัน วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตรดอกไม้ จาก 1 วัน เป็น 3 วัน
มีพิธีตักบาตรดอกไม้วันละ 2 รอบ คือรอบเช้า เวลา 10.00 น.
และรอบบ่าย เวลา 15.00 น.
ในวันแรกของการจัดงานประเพณีตักบาตรดอกไม้
จะเป็นพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท
ส่วนภาคค่ำจะเป็นขบวนพยุหยาตราสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม,
ขบวนรถบุปผชาติ, การแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยขบวนต่างๆ
จะเริ่มเคลื่อนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพระพุทธบาท
ไปตามถนนพหลโยธิน
และเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ซึ่งจะมีพิธีเปิดงานพิธีตักบาตรดอกไม้ในภาคค่ำต่อ
ส่วนดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้น
ไม่ใช่ว่าเป็นดอกอะไรก็ได้ หากแต่ต้องเป็น “ดอกเข้าพรรษา”
เท่านั้น โดยเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่มีต้นคล้าย ๆ กระชาย หรือ
ขมิ้น สูงประมาณ 1 คืบเศษ มีดอกสีเหลือง สีขาว และสีน้ำเงินม่วง
ซึ่งต้นดอกไม้เข้าพรรษานี้ จะ ขึ้นตามไหล่เขาโพธิ์ลังกา
หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวงและเขาพุ ใกล้ๆ
กับรอยพระพุทธบาท และจะผลิดอกเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น
จนชาวบ้านเรียกชื่อให้เป็นที่เหมาะสมว่า ต้นเข้าพรรษานั่นเองดังนั้น
ใครที่สนใจเดินทางไปร่วมประเพณีเก่าแก่ที่มีแห่งเดียวในโลก ณ
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารก็ไม่จำเป็นต้องหอบหิ้วดอกไม้ติดตัวไป
พกไปเพียงแค่ความศรัทธาและจิตใจอันบริสุทธิ์ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่งก็พอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *