นอนชมดาวรอพระอาทิตย์ขึ้นที่ศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตั้งอยู่ที่จังหวัดน่าน
มีพื้นที่ครอบคลุม อำเภอนาหมื่น, อำเภอนาน้อย และ
อำเภอเวียงสา ไล่ตั้งแต่สองฟากฝั่งลำน้ำน่าน
ไปสิ้นสุดที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจ
เพราะมีครบทั้ง 3 ฤดู ใน 1 ปี
ซึ่งด้วยสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ภายใต้เทือกเขาสูงสลับซับซ้อน
อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
จึงเปรียบเสมือนต้นกำเนิดชีวิตของผู้คนชาวน่าน
โดยเฉพาะการเป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำน่าน
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
ยังมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญหลายอย่าง
และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
มีจุดเด่นอยู่ที่วิวทิวทัศน์อันสวยงาม
และมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น เสาดินและคอกเสือ,
ปากนาย, แก่งหลวง, ผาชู้, ดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์
แต่จุดที่เป็นแลนด์มาร์คในการเดินทางมายัง

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน คือ ดอยเสมอดาว
ที่ได้รับการขนานว่าสวยงามประดุจท้องฟ้าจำลอง
เพราะสามารถนอนดูดาวนับล้านดวงเสมือนอยู่ไม่ไกลออกไป
และสามารถเอื้อมมือไปคว้าได้
อีกทั้งนอกจาก ดาว แล้ว ดอยเสมอดาว
ยังเป็นจุดวิวทิวทัศน์ยามพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่สวยสดงดงามไม่แพ้ใคร
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีทะเลหมอกให้ได้เชยชม
เหมาะสำหรับการเดินทางไปกับคู่รัก
เพราะบรรยากาศนั้นสุดแสนจะโรแมนติก
เท่านั้นไม่พอ อีกหนึ่งจุดที่ ดอยเสมอดาว
เก๋ไก๋กว่าสถานที่แห่งอื่น
คือมีธรรมชาติให้เข้าสัมผัสอย่างหลากหลายตลอดทั้งปี
ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน, ฤดูฝน หรือฤดูหนาว

คุณสามารถสัมผัสความสวยงามที่แตกต่างได้จากอุทยานแห่งชาติ ศรีน่าน ชนิดไม่มีเบื่อ
ส่วนใครเป็นสายลุยพร้อมบุกป่าฝ่าดง
การเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปยัง ผาหัวสิงห์
ซึ่งอยู่ทางด้านซ้ายสุดของลานดูดาว คือทริปที่ไม่ควรพลาด
เพราะแม้เส้นทางจะยากลำบากอยู่บ้าง แต่วิวแบบ 360 องศา ที่ยอดผาคือที่สุด
แต่หากใครกลัวว่าจะต้องไปเผชิญกับผู้คนนับร้อยในฤดูท่องเที่ยว
เราก็มีตัวเลือกดีๆ ในการนอบนับดาวที่วิวสวยไม่แพ้กัน นั่นก็คือ
ผาชู้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากดอยเสมอดาว เดินทางไปแค่ 4 กิโลเมตร
สามารถหาที่กางเต้นท์หลบมุมนอนดูดาวได้ไม่ยาก
ส่วนการเดินทางไปนอนชมดาวรอพระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน
ก็ไม่ยุ่งยากอะไร เพียงขับรถจากกรุงเทพมหานคร ผ่าน
นครสวรรค์, พิษณุโลก จนถึง แพร่ แล้วเข้าสู่ถนนยันตรกิจโกศล
ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 มุ่งหน้าไปยังอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน
ที่เหลือก็แค่เลี้ยวขวาเข้าถนนเจ้าฟ้า
ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1026 ขับไปเรื่อยๆ
จนถึงอำเภอนาน้อย ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร
แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายนาน้อย-ปางไฮ
ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1083 ไปสักระยะ
จะเห็นป้ายแยกซ้ายเข้าไปทางดอยเสมอดาว
รวมแล้วระยะทางประมาณ 630 กิโลเมตร กินเวลาแค่ 9 ชั่วโมงเท่านั้น…

อ่านต่อ →

ทำไมเราถึงควรหยุดทำงาน ลาพักร้อนเพื่อที่จะไปเที่ยวกันบ้าง

ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์เงินเดือน งานการก็เป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำอยู่แล้ว

แต่บางครั้งการหยุดมันแล้วลาพักร้อนไปเที่ยวกันบ้างก็เป็นเรื่องดี
นี่ก็คือเหตุผลว่าทำไม

ก่อนอื่นเลยลองถามตัวเองดูก่อนว่าการทำงานในแต่ละวันนั้นมันทำให้เราเครียดไ
หม หรือว่าการเดินทางไปกลับในสภาพการจราจรที่แสนติดขัด
มันทำให้เราหงุดหงิดกันขนาดไหน
นี่คือสาเหตุที่ทำให้ใครหลายคนมีอาการปวดศีรษะ, เป็นไมเกรน
หรือว่าอารมณ์เสียง่ายจนเกินเหตุ
นี่แหละคือสิ่งที่บ่งบอกชัดเจนเลยว่าเรากำลังมีความเครียดสะสมจากการทำงานอย่
างต่อเนื่อง

เมื่อเป็นอาการแบบนี้ ในระยะยาวไม่ส่งผลดีต่อตัวเราแน่นอน
และถ้าคิดว่าเรื่องงานคงไม่เป็นอะไร อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้
เพราะบางทีคนเราเมื่ออารมณ์ไม่ปกติ การทำงานก็จะด้อยประสิทธิภาพลงมา
ดังนั้นการที่เราจะหยุดพักมันบ้างเพื่อที่จะไปเที่ยวเพื่อปล่อยวางความเครียดทุกสิ่ง
อย่างมันก็เป็นเรื่องที่ดี เมื่อถึงคราวที่กลับมาทำงานก็เหมือนได้รีเฟรชให้กับตัวเอง
ทุกอย่างจะสดใสกว่าเดิมแน่นอน

ในเรื่องของแนวความคิด การที่เราได้เดินทางไปท่องเที่ยวยังที่ต่างๆ ที่ไม่เคยไป
มันจะทำให้เราได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เปิดหูเปิดตา
บางทีก็อาจจะช่วยกระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์ในสมองเราอีกด้วย
มันดีกว่าการนั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานในออฟฟิศตลอดสัปดาห์
แล้วก็พักผ่อนอยู่บ้านในวันเสาร์-อาทิตย์อยู่แล้ว

การที่เราออกไปท่องโลกกว้าง มันมีอะไรมากมายให้เราได้เรียนรู้
ไม่ใช่แค่เรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ เท่านั้น แต่ยังมีวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น,
วัฒนธรรม, อาหาร ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่เคยเจอในการใช้ชีวิตตามปกติ
ดังนั้นการที่เราจะพักร้อนเพื่อออกไปเที่ยวบ้างมันก็จะช่วยพัฒนาตัวเราในแง่ของป
ระสบการณ์การใช้ชีวิตได้อยู่เหมือนกัน

บางคนก็ได้พูดเอาไว้ว่าการท่องเที่ยวนั้นก็เหมือนกับการลงทุน
แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรตอบแทนเรากลับมาเป็นรูปธรรม
แต่มันก็ช่วยสอนอะไรเราได้มากมายเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ชีวิต
บางครั้งระหว่างท่องเที่ยวเราก็อาจจะเจอกับปัญหาบางอย่าง
ซึ่งเราก็จะต้องพยายามหาทางแก้ ได้มีโอกาสพึ่งพาตัวเอง นี่คือสิ่งที่ดี
แต่ก็ไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆ แล้วหาซื้อมันมาได้ด้วยเงิน

ทั้งหมดนี้แหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงควรหยุดทำงาน
ลาพักร้อนเพื่อที่จะไปเที่ยวกันบ้าง เพราะถึงแม้ว่าจะต้องเสียเงินเสียทองกันไปบ้าง
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นประเมินค่าไม่ได้
และมันก็ยังจะช่วยให้เรากลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม…

อ่านต่อ →

ซึมซับวิถีไทยกับประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่สระบุรี

หน้าปฏิทินหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เผลอแปปเดียวเทศกาลเข้าพรรษาก็ใกล้เข้ามาแล้ว โดยในปี 2561นี้
วันเข้าพรรษา จะตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม
ซึ่งหลายสถานที่ในประเทศจะมีการจัดงานแผ่เทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในวันเข้าพรรษา ที่
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี
นั้นแตกต่างออกไป
เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ได้โด่งดังจากประเพณีแห่เทียนพรรษา
หากแต่โด่งดังจากประเพณีโบราณอย่างตักบาตรดอกไม้
ประวัติความเป็นมาของ ประเพณีตักบาตรดอกไม้
เล่าขานกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยโยราณกาล โดยเริ่มจาก
พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์
ทรงโปรดปรานดอกมะลิมาก ในแต่ละวันจะรับสั่งให้นายมาลาการ
นำดอกมะลิสดมาถวายถึงวันละ 8 กำมือ
วันหนึ่งขณะที่ นายมาลาการ กำลังเก็บดอกมะลิ
ได้พบเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์อีกจำนวนหนึ่ง
เสด็จออกบิณฑบาตร นายมาลาการสังเกตุเห็นพรรณรังษี
ฉายประกาย รอบๆ พระวรกาย
ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธาพระพุทธองค์อย่างยิ่ง
นายมาลาการ จึงตัดสินใจนำดอกมะลิที่มีไปถวายแด่ พระพุทธเจ้า
พร้อมกันนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานว่าข้าวของทุกสิ่งที่พระเจ้าพิมพิสาร
ทรงมอบให้เพียงเพื่อยังชีพในภพนี้เท่านั้น
แต่การนำดอกไม้ถวายบูชาแก่พระพุทธองค์
สร้างอานิสงส์ได้ทั้งภพนี้และภพหน้า หากถูกประหารชีวิต
เพราะไม่ได้ถวายดอกมะลิก็ยินยอม
ครั้นภรรยานายมาลาการ ทราบความ
ก็เกรงกลัวว่าจะต้องโทษที่สามีไม่ปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเจ้าพิมพิสาร
ก็หลบหนีออกจากบ้านไป
แต่หลังจากที่พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบกลับพอพระราชหฤทัยเป็นอันมาก
และได้ปูนบำเหน็จรางวัลความดีความชอบแก่นายมาลาการ
นับแต่นั้นมาชีวิตของ นายมาลาการ ก็อยู่อย่างมีความสุข
ชาวอำเภอพระพุทธบาทได้ยึดถือประเพณีตักบาตรดอกไม้เป็นประเพณีสำคัญ
ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นประจำทุกปี
และกำหนดเอาวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี
เป็นวันประเพณีตักบาตรดอกไม้
โดยเมื่อพระภิกษะสงฆ์รับบิณฑบาตรดอกไม้จากพุทธศาสนิกชน
แล้วจะนำออกมาสักการะพระเจดีย์ที่บรรจุพระเขี้ยวแก้วของ
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จากนั้นนำไปสักการะบูชาพระเจดีย์มหาธาตุองค์ใหญ่
ที่บรรจุพระบรมพระสารีริกธาตุ
และเข้าโบสถ์ประกอบพิธีสวดอธิษฐานเข้าพรรษา
อย่างไรก็ตาม ด้วยความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มากขึ้น
ปัจจุบัน วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ได้เพิ่มจำนวนวันตักบาตรดอกไม้ จาก 1 วัน เป็น 3 วัน
มีพิธีตักบาตรดอกไม้วันละ 2 รอบ คือรอบเช้า เวลา 10.00 น.
และรอบบ่าย เวลา 15.00 น.
ในวันแรกของการจัดงานประเพณีตักบาตรดอกไม้
จะเป็นพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท
ส่วนภาคค่ำจะเป็นขบวนพยุหยาตราสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม,
ขบวนรถบุปผชาติ, การแสดงศิลปะพื้นบ้านโดยขบวนต่างๆ
จะเริ่มเคลื่อนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลพระพุทธบาท
ไปตามถนนพหลโยธิน
และเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ซึ่งจะมีพิธีเปิดงานพิธีตักบาตรดอกไม้ในภาคค่ำต่อ
ส่วนดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้น
ไม่ใช่ว่าเป็นดอกอะไรก็ได้ หากแต่ต้องเป็น “ดอกเข้าพรรษา”
เท่านั้น โดยเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่มีต้นคล้าย ๆ กระชาย หรือ
ขมิ้น สูงประมาณ 1 คืบเศษ มีดอกสีเหลือง สีขาว และสีน้ำเงินม่วง
ซึ่งต้นดอกไม้เข้าพรรษานี้ จะ ขึ้นตามไหล่เขาโพธิ์ลังกา
หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวงและเขาพุ ใกล้ๆ
กับรอยพระพุทธบาท และจะผลิดอกเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น
จนชาวบ้านเรียกชื่อให้เป็นที่เหมาะสมว่า ต้นเข้าพรรษานั่นเองดังนั้น
ใครที่สนใจเดินทางไปร่วมประเพณีเก่าแก่ที่มีแห่งเดียวในโลก ณ
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารก็ไม่จำเป็นต้องหอบหิ้วดอกไม้ติดตัวไป
พกไปเพียงแค่ความศรัทธาและจิตใจอันบริสุทธิ์ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่งก็พอ…

อ่านต่อ →

แนะนำอาหารไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชาวต่างชาติ

อาหารไทยนั้นได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่มีความหลากหลาย
ขณะที่รสชาติของมันก็อร่อยถูกปากใครต่อใคร รวมไปถึงชาวต่างชาติด้วย
และนี่ก็คืออาหารไทยที่ทั่วโลกรู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก

ต้มยำกุ้ง
พูดถึงอาหารประจำชาติของประเทศไทย เชื่อว่าชื่อแรกๆ
ที่ทุกคนต้องนึกถึงก็คือต้มยำกุ้งนี่แหละ
มันคืออาหารประเภทแกงที่เน้นรสชาติเผ็ดและเปรี้ยวเป็นหลัก
อันที่จริงต้มยำนั้นก็สามารถเลือกใส่เนื้อสัตว์ได้หลายชนิด
แต่ผู้คนก็มักจะจดจำต้มยำกุ้งมากกว่าต้มยำชนิดอื่นๆ
ปัจจุบันต้มยำกุ้งนั้นสามารถเลือกได้ว่าจะเป็นน้ำใสหรือน้ำข้น แต่ทั้ง 2
อย่างก็มีดีเหมือนกันตรงที่ความเผ็ดร้อนในแบบเฉพาะตัว
ชาวต่างชาติที่สามารถรับประทานเผ็ดได้จึงถูกอกถูกใจกันไปตามๆ กัน

ส้มตำ
แม้ว่าในความเข้าใจของคนทั่วไปมันจะเป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากภาคอีสาน
แต่อันที่จริงแล้วส้มตำนั่นคืออาหารที่มาจากภาคกลางแต่ดั้งเดิม
ส้มตำเป็นอาหารที่ทานได้ง่ายด้วยรสชาติที่มาครบแทบทุกรส
นอกจากนี้ก็ยังมีการใส่ปู, ปลาร้า, ไข่เค็ม ตามแต่สูตรที่จะเลือกสั่งได้อีกด้วย
ชาวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทยก็มักจะลิ้มลองส้มตำ โดยบางคนอาจเรียกมันว่า
Papaya Salad เนื่องจากวัตถุดิบหลักเป็นมะละกอนั่นเอง

ผัดไทย
เป็นอาหารที่รับประทานได้ง่ายๆ
โดยเป็นอาหารประเภทเส้นที่ถูกประยุกต์มาในสมัยอดีตจนกลายมาเป็น
อาหารประจำชาติอีกอย่างไป โดยมากแล้วผัดไทยมักจะถูกสั่งพร้อมกับกุ้งสด
เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมที่สุด ซึ่งรสชาติของมันก็ถูกปากชาวต่างชาติได้ง่ายด้วย

แกงเขียวหวาน
เป็นแกงเผ็ดที่ใส่กะทิลงไปเป็นส่วนประกอบ
โดยมีการตำใบพริกสดลงไปเพื่อให้มีสีเขียวที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
รสชาติของมันนั้นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แต่ก็ยังถือเป็นเมนูที่มีความเผ็ดร้อนสำหรับชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม
มันก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ดี

ข้าวผัดกระเพรา
เมนูข้าวที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ชาวต่างชาติ
โดยข้าวผัดกระเพรานั้นสามารถเลือกเนื้อสัตว์ที่จะใส่ลงไปได้หลากหลายชนิด
เสิร์ฟพร้อมกับไข่ดาวที่ทอดแบบไทยๆ
รสชาติของมันจะหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นกระเพราที่ผัดพร้อมกับเนื้อสัตว์
เข้ากันเป็นอย่างดีกับไข่ดาวที่ใส่มาในจาน
ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะเป็นหนึ่งในอาหารที่ถูกสั่งบ่อยที่สุดในประเทศไทย


นอกเหนือจากนี้แล้วก็ยังมีอาหารไทยอีกหลายอย่างที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติ
เรียกได้ว่าบ้านเรานั้นมีของดีให้เลือกรับประทานกันเพียบเลยล่ะ…

อ่านต่อ →

เที่ยวเมืองรอง สบายใจ ได้ลดหย่อน (ตอนที่ 1)

กระแสเที่ยวเมืองรองกำลังเป็นที่น่าจับตามองหลังจากที่มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว
โดยค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวเมืองรองจะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ (สูงสุด15,000 บาท)
ทำให้ดารท่องเที่ยวนั้นคึกคักและมีสีสันเพิ่มขึ้นมากทีเดียว
ซึ่งเมืองรองนั้นอาจไม่ใช่เมืองที่คึกคักหรือเป็นสถานที่ที่คนส่วนใหญ่นึกถึง
แต่เมืองรองที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ส่งเสริมนั้นมีมากถึง 55 จังหวัด
ที่แตกต่างกันแต่เปี่ยมด้วยสเน่ห์เฉพาะตัว ไม่เหมือนใคร ไม่พลุกพล่าน
รอต้อนรับนักท่องเที่ยวสายลุยทุกท่าน
ซึ่งเมืองรองนั้นหมายถึง เมืองที่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวหลัก จำนวน 55 จังหวัด
ประกอบด้วยภาคเหนือ 16 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย, พิษณุโลก, ตาก, เพชรบูรณ์,
นครสวรรค์, สุโขทัย, ลำพูน, อุตรดิตถ์, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, แพร่, น่าน,
กำแพงเพชร, อุทัยธานี, และพะเยา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี, อุบลราชธานี, หนองคาย, เลย,
มุกดาหาร, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, สกลนคร, นครพนม, ร้อยเอ็ด,
มหาสารคาม, บึงกาฬ, กาฬสินธุ์, ยโสธร, หนองบัวลำภู, และอำนาจเจริญ
ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก 12 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี, สุพรรณบุรี,
นครนายก, สระแก้ว, ตราด, จันทบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, ปราจีนบุรี, ชัยนาท,
อ่างทอง, และสิงห์บุรี
ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช, พัทลุง, ตรัง, สตูล, ชุมพร, ระนอง, นราธิวาส,
ยะลา และปัตตานี
สำหรับการท่องเที่ยวในมืองรอง เราอาจจัดเป็นทริปสั้น ๆ วันเดย์ทริป
ไม่ต้องวางแผนมากหรือซับซ้อน ไม่ต้องกังวลเรื่องการหาที่พัก
หรือแย่งทรัพยากรกับนักท่องเที่ยวท่านอื่น ดังนั้นถ้ายังไม่มีไอเดียว่าจะเริ่มที่จังหวัดใด
เรามีทริปสั้น ๆ มาแนะนำดังนี้ค่ะ
1. จังหวัดลพบุรี
เมืองลพบุรี หรือเมืองละโว้ เป็นเมืองสำคัญสมัยทวารวดี
ทำให้เมืองนี้มีเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
รวมถึงซากอารยธรรมและโบราณสถานมากมาย เช่น พระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ
พระนารายณ์ราชนิเวศน์ บ้านหลวงรับราชทูต (บ้านวิชาเยนทร์)
และวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
สำหรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ลพบุรีมีทุ่งทานตะวันที่ น้ำตกวังก้านเหลือง
หรืออ่างเก็บน้ำซับเหล็กสำหรับลงเล่นน้ำคลายร้อน
และไฮไลท์ของทริปนี้คือการนั่งรถไฟข้ามเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ชมวิวทิวทัศน์รอบสันเขื่อน ในระยะทางไป-กลับประมาณ 10 กิโลเมตร
2. จังหวัดนครนายก
การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่จังหวัดนครนายกมีหลากหลายรูปแบบให้สัมผัส เช่น
น้ำตกวังตะไคร้ น้ำตกสาริกา น้ำตกธารรัตนา น้ำตกคลองมะเดื่อ
รวมถึงการทำกิจกรรมเบาๆ เช่น พายเรือคายัค และปั่นจักรยานชมวิว
ที่อ่างเก็บน้ำวังบอน การเดินทางก็ใช้เวลาไม่นานหากขับรถจากกรุงเทพฯ
จะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นก็ได้สูดอากาศสดชื่น
เติมพลังชีวิตได้อีกเยอะเลยทีเดียว
นอกจากธรรมชาติ จังหวัดนครยานกยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ซุ้มป่าไผ่-
วัดจุฬาภรณ์วนาราม และเขื่อนขุนด่านปราการชล
และสามารถเช่าเรือหางยาวออกไปชมน้ำตกที่อยู่ลึกเข้าไปในอ่างเก็บน้ำของเขื่อน
หรือจะล่องแก่งเรือยางก็น่าสนุกมากทีเดียว
ซึ่งตัวอย่างการท่องเที่ยวเมืองรองนั้นยังไม่จบเพียงเท่านี้
ยังมีอีกหลายจังหวัดที่สามารถเดินทางได้ง่าย มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
รอติดตามในตอนต่อไปนะคะ…

อ่านต่อ →

5 อันดับประเทศที่มีคนไปท่องเที่ยวมากที่สุด

ในยุคปัจจุบันโลกนั้นพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด
เช่นเดียวกับการคมนาคมที่สามารถทำได้ง่ายขึ้น
ใช้เวลาไม่นานมากในการเดินทางข้ามประเทศหรือข้ามทวีป
เพื่อไปท่องเที่ยวหรือทำอะไรก็ตามแต่ แน่นอนว่าการเดินทางที่ง่ายขึ้น
ทำให้การท่องเที่ยวนั้นก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายเช่นเดียวกัน
ขอแค่คุณมีกำลังทรัพย์ที่มากพอ ก็สามารถที่จะเดินทางไปไหนก็ได้
โดยวันนี้เรามีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ 5
อันดับประเทศที่มีคนเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด
ส่วนจะมีประเทศไหนบ้างไปดูกันเลย
1.ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องแฟชั่นขึ้นแท่นอันดับ 1
ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวมากที่สุด เพราะประเทศฝรั่งเศส
มีเสน่ห์ในแบบของตัวเองทุกๆ เมืองจริงๆ
ไม่ว่าจะเป็นเมืองหลวงอันศิวิไลซ์ เมืองชายฝั่ง
หรือเมืองชนบทกับไร่ไวน์อันกว้างใหญ่ไพศาล
ทั้งหมดนี้ทำให้ฝรั่งเศสมีนักท่องเที่ยวต่อปีมากถึง 83.7 ล้านคน
2.สหรัฐอเมริกา
เมืองลุงแซมหรือสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มี GDP
ใหญ่ที่สุดในโลก
และเป็นประเทศที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรมมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลกอี
กด้วย
เนื่องด้วยการที่เป็นประเทศที่ก่อร่างสร้างตัวจากผู้อพยพมานับหลายร้อย
ปี ทำให้ที่นี่มีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายวัฒนธรรมอาศัยอยู่
เกิดเป็นเสน่ห์ที่น่าลงตัวครับ แต่กระนั้น
แม้สหรัฐจะมียอดนักท่องเที่ยวเป็นที่สองรองจากฝรั่งเศส
แต่สหรัฐเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
3.สเปน

แดนกระทิงดุ สเปน นักท่องเที่ยวแต่ละคนที่เดินทางมาเที่ยว
ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนสูงถึง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อการมาเที่ยวหนึ่งครั้ง
นั่นทำให่สเปนขึ้นแท่นอันดับสองประเทศที่คนมาใช้จ่ายมากที่สุดรองจา
กสหรัฐอเมริกา โดยเสน่ห์ของสเปนอยู่ที่วัฒนธรรม
และการเป็นชายฝั่งติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
และมหาสมุทรแอตแลนติกในคราวเดียวครับ
ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
4.จีน
หนึ่งในชาติมหาอำนาจในโลก ที่มีประชากรมากที่สุดในโลกกว่า
1.35 พันล้านคน มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2
ของโลกรองจากสหรัฐ ด้วยตัวเลขส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
และตัวเลขนำเข้าเป็นอันดับที่ 2 ของโลก
นี่คือประเทศที่ในแต่ละปีมีคนเดินทางเข้าออกไม่น้อย ด้วยวัฒนธรรม
และอารยธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง
จึงทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ 4 ที่คนมาเที่ยวมากที่สุด
และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นๆ ในทุกๆ ปีอีก
5.อิตาลี
อิตาลีเป็นหนึ่งในประเทศที่หลายคนหลงใหลและที่ชื่นชอบ
จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมจนขึ้นแท่นอันดับที่ 5
ด้วยตัวเลขกว่า 48.6 ล้านคนต่อปี ปัจจัยอย่าง อาหารอร่อย ไวน์ดี
วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่า ศิลปะหลากหลายแขนง
นอกจากนี้
ยังเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการจดทะเบียนขึ้นเป็นมรดกโล
กมากที่สุดในโลก ถึง 51 แห่งอีกด้วย เรียกได้ว่า
หากใครชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม…

อ่านต่อ →

อยากใช้ชีวิตที่หรูหรากับ คอนราด

รถลีมูซีนสีดำ พันธุ์ยุโรป นับสิบคันจอดเรียงรายอยู่หน้าโรงแรม คอนราด
กรุงเทพฯ พิธีกรโรงแรมกําลังบอกกล่าวและชี้ไปพลางว่า
รถคันนี้ชื่อไกรสรราชสีห์ คันนั้นชื่อคชสีห์ คันถัดไปชื่อมกะลีผล
พาหนะสี่ล้อนามไพเราะนี้ของโรงแรมคอนราด นับเป็นหนึ่งในบริการ
ใหม่ล่าสุดของโรงแรม เป็นเทรนด์ใหม่แห่งการบริการที่โรงแรมดัง
แห่งนี้ประกาศว่า ยังไม่มีใครทํามาก่อน
เทรนด์ใหม่ที่ว่านี้ คือการติดตั้งระบบนําทาง (Navigation) หรือ
อุปกรณ์เครื่องบอกพิกัดดาวเทียม (Globle Positioning System หรือ GPS)
ติดตั้งภายในรถลีมูซีน 23 คัน เพื่อบริการรับส่งลูกค้าโรงแรม
ลูกค้าอยากจะไปไหนล่ะ รถคันนี้จะพาไปได้ทุกแห่งในประเทศไทย
แบบปลอดภัยไร้กังวลชี้ให้ดูเครื่องนําทางไฮเทคว่า ระบบนี้ ลงทุนไป 4 ล้านบาท
จะทํางานโดยต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์แผนก ต้อนรับของโรงแรม
มีระบบติดตามพาหนะทําให้รู้ตําแหน่งยาน พาหนะ และเส้นทางเดินรถ
ที่น่าสนใจสามารถบอกความเร็วของรถ แต่ละคันที่วิ่งอยู่บนเส้นทาง
พนักงานขับรถปลอดภัยหรือไม่ รถลีมูซีนไฮเทคคันนี้ ผู้บริหารโรงแรมว่า นี่คือการสร้างแบรนด์
และจุดแตกต่างทางการแข่งขันด้านโรงแรมอย่างหนึ่ง
โรงแรมระดับห้าดาวในเมืองไทยมักจะต้องหาบริการใหม่ๆ ตลาด
รถบริการรับส่งของโรงแรมเป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าสัมผัสได้ใน ที่สุด ตั้งแต่เปิดประตูรถ
ลงจากรถเข้าโรงแรม ไม่เพียงเท่านั้น รถทุกคันจะมีชื่อเรียกตามสัตว์ป่าหิมพานต์
ซึ่งได้ การออกแบบจาก ยงเกียรติ กาญจนพายัพ เจ้าของเว็บไซต์ Himmapan.com
เป็นผู้ออกแบบภาพกราฟิกสัตว์ติดอยู่กับตัวรถทุกคัน
นอกจากนี้ คอนราดยังลงทุนจ้างดีไซเนอร์มืออาชีพ ห้องเสื้อ พิจิตรา
เป็นผู้ออกแบบชุดพนักงานขับรถ ในสไตล์เสื้อคอตั้งราชปะแตน ไทยโบราณ
เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เพื่อสร้างกลิ่นอายของความ เป็นไทย
ปัจจุบันคอนราดมีลูกค้าต่างชาติพักเฉลี่ย 200-300 คน/วัน ภายใน
ปีนี้จะขยายการบริการรถลีมูซีน 30 คัน การรุกด้านการบริการครั้งนี้
นับเป็นการปักธงรบด้านการแข่งขันด้านโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่างจริงจัง
หลังจากที่คอนราได้เพิ่งเข้าไปเทกโอเวอร์โรงแรมพันวา รีสอร์ท ภูเก็ต
เพื่อเป็นอีกหนึ่งฐานรบในการรุกตลาดนักท่องเท บริเวณภูเก็ต อย่างไรก็ดี
ในช่วงกระแสการเมืองร้อนระอุ ทําให้ผู้บริหารกอง กําลังปวดหัวกับข่าวลือที่ว่า
คอนราดมีผู้ถือหุ้นเป็นชาว เป็นหนึ่งในธุรกิจของสิงคโปร์
ทั้งนี้ทางโรงแรมยืนยันว่าน เกี่ยวข้องกับสิงคโปร์
โดยโรงแรมแห่งนี้เป็นของคนไทย และ ต่างชาติเชื้อสายจีนและฮ่องกง…

อ่านต่อ →

สตูล

แน่นอนว่า สตูล ถือเป็นจังหวัดที่ไม่ใหญ่มากนักในประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันจังหวัดแห่งนี้
ก็เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เมื่อว่ากันว่า เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ ที่โอบล้อม และ
วัฒนธรรมหลากหลายด้านที่น่าสนใจ และ นี่คือ 3 ที่เที่ยว อันเลื่องชื่อแห่งสตูล จังหวัดเล็กๆ
แห่งดินแดนภาคใต้ของประเทศไทย
เริ่มจาก ถ้ำเลสเตโกดอน ว่ากันว่า เป็นหนึ่งในถ้ำที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย ด้วยระยะทางกว่า 4 กิโลเมตร
โดยคำว่า สเตโกดอน นั้นมาจากชื่อของช้างดึกดำบรรพ์ ในสมัยก่อน ที่เคยมีการค้นพบฟอสซิลในถ้ำแห่งนี้ เมื่อรวมกับ
หินรูปร่างที่แปลกตา จึงนำมาซึ่งการสำรวจถ้ำ และ ค้นพบว่า มีซากฟอสซิลอีกมากมายที่หลงเหลืออยู่ในถ้ำแห่งนี้
ที่สำคัญ นอกจากความสวยงามของหินต่างๆแล้ว ภายในถ้ำก็ยังมีซากฟอสซิลของพืชนานาชนิด ที่ว่ากันว่า
มีอายุเฉลี่ยนถึง 500 ปี ทีเดียว
ต่อมา โยกมาที่ สันหลังมังกร หรือ ทะเลแหวกสันหลังมังกร เป็นคำเรียกขานของสถานที่แห่งนี้
ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์กลางทะเลอันดามัน ว่ากันว่า เป็นสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวต้องจัดโปรแกรมไว้
สำหรับการเดินทางมาเที่ยวเมืองสตูลแห่งนี้ ที่ตั้งอยู่ภายใต้ตำบลหยงโป ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือหางยาวเพียงแค่ 20นาทีเท่านั้น
ปิดท้ายกันที่ เกาะหลีเป๊ะ แน่นอนว่า สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ขึ้นชื่อมากที่สุดในจังหวัดสตูล
ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวชาวไทย ที่คุ้นชื่อกันดี แต่ในระดับนานาชาติก็เป็นที่รู้จักด้วย โดย เกาหลีเป๊ะ นั้น
ถูกขนานนามว่า มัลดีฟส์แห่งเมืองไทย เต็มไปด้วยธรรมชาติมากมาย รวมถึงน้ำทะเลที่ขาวสะอาด และ สงบ ที่สำคัญ
สามารถดำดูปะการังที่อยู่ด้านใต้ของเกาะและอ่าวเล็กๆ ได้อีกด้วย
นอกจากทั้งหมดที่ยกตัวอย่างและสาธยายมาแล้ว เราเชื่อเหลือเกินว่า จังหวัดเล็กๆแห่งนี้อย่าง สตูล
ยังมีอีกหลายสถายที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย ซึ่งรอให้ทุกคนเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง…

อ่านต่อ →

เที่ยวแบบ งบน้อยในช่วงวันหยุด

เงินน้อย เวลานิดเดียว รถส่วนตัวก็ไม่มี ทำให้วันหยุดกลายเป็นวันที่ช่างน่าเบื่อเหลือเกิน แต่มันอาจไม่ใช่ทั้งหมด
เพราะหากเราจัดสรรเงินทอง หรือหาที่ทางเป็น บางทีเงินน้อยๆ เวลาน้อยๆ รถไม่มีก็สามารถเที่ยวได้เหมือนกัน
1.เริ่มจากเที่ยวที่ใกล้ๆก่อน ยกตัวอย่างเช่นหาสถานที่ที่เดินทางได้ด้วยรถสาธารณะ ทำให้เดินทางง่าย
เช่นใช้บริการรถไฟ รถตู้ ที่มีค่าโดยสารที่ไม่แพงอย่างที่คิด
2.เที่ยวแบบเป็นกลุ่ม โดยเหมารถไป การเที่ยวแบบนี้เหมาะแก่การไปเป็นกลุ่มชวน เพื่อนที่ทำงาน
เพื่อนสนิทที่มีการนัดกันล่วงหน้า อาจจะเหมารถตู้หรือนั่งรถไฟไปเที่ยวกัน
หรือหากมีรถส่วนตัวอาจจะหารค่าน้ำมันกันนั่นเอง
3.เที่ยวโดยหาสถานที่เที่ยวที่อยู่ในที่พัก เพื่อประหยัดเวลาการเดินทาง และประหยัดงบอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น หาที่พักทีมีกิจกรรมในที่พัก อย่างพายเรือ ล่องแก่ง หรือกิจกรรมต่างๆ
สถานที่ที่น่าสนใจ หากไม่มีรถส่วนตัว
1.อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง
อุทยานแห่งชาติที่ขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ของเมืองไทยและโซนภาคเหนือ
และอีกทั้งเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆของเมืองไทยเช่นกัน
กับการที่มีสภาพป่าและธรรมชาติที่สมบูรณ์ ภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 20 องศาเซลเซียส
และจะหนาวเย็นในช่วงเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกๆ ปี ตั้งอยู่ที่จุดคาบต่อจังหวัดระหว่าง อ.เวียงแหง
จ.เชียงใหม่ และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
การเดินทาง : การเดินทางที่แนะนำมี 2 ทางเลือก 1.รถไฟ 2.รถทัวร์ นั่งจากหมอชิต 2 ไปลง
สถานีขนส่งเชียงใหม่ อาเขตที่ 2 ราคาค่ารถโดยเฉลี่ยเอาเป็นว่ากำเงินไป 800 บาท
จากกรุงเทพฯไปถึงเชียงใหม่แน่นอนด้วยรถแบบ Vip จากนั้นก็เลือกโดยสารสายรถที่จะไป อ.ปาย
มีทั้งรถเมล์ขนส่งและรถตู้โดยสาร ราคาประมาณอยู่ที่ 72 บาท
2.บางกระเจ้า, สมุทรปราการ
เดินทางจากกทม : เรือข้ามฝากที่วัดคลองเตยนอก หรือรถโดยสารจากพระประแดง
สถานที่เที่ยว : ปั่นจักรยาน สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย ตลาดบางน้ำผึ้ง
วันเหมาะ : เสาร์-อาทิตย์ เพราะตลาดบางน้ำผึ้งขายเฉพาะวันดังกล่าว
กำลังโด่งดังได้รับความนิยมกับการปั่นจักรยานเที่ยวคุ้งกระเพาะหมู หรือตำบลบางกระเจ้า
เราไปได้สองทางคือนั่งเรือข้ามแม่น้ำ หรือนั่งรถกะป๊อจากพระประแดง
จะทางไหนเขาก็มีรถจักรยานรอให้เราเช่าเอาไปปั่นเที่ยวพื้นที่สีเขียวสูด อากาศดีๆ กับปอดใหญ่ใกล้กรุง
ที่เที่ยวน่าสนใจมีสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะบรรยากาศดี
พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทยที่รวมปลากัดสวยงามมาจัดแสดงในพื้นที่ร่มรื่น
3.เกาะช้าง
การเดินทาง : ขึ้นรถทัวร์ที่สถานีขนส่งหมอชิตฯ 2 สาย กรุงเทพฯ-ตราด ราคาค่าโดยสารรถทัวร์ก็มีเงิน 300
ถึงตราดจะมีรถสองแถวจอดรอรับไปส่งที่ท่าเรือเฟอร์รี่ คนละประมาณ 70 บาท เมื่อถึงท่าเรือก็เสียค่าโดยสาร
เที่ยวเดียว 80 ไป-กลับ 140
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง
คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
4.เพชรบุรี
เดินทางจากกทม : รถไฟจากสถานีหัวลำโพงหรือธนบุรี หรือรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัย
เดินทางกลับกทม : รถตู้จากตัวเมือง
สถานที่เที่ยว : เขาวัง วัดพระพุทธไสยาสน์ วัดข่อย วัดมหาธาตุ วัดใหญ่สุวรรณาราม
เพชรบุรีไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ แนะนำลองเที่ยววัดในตัวเมืองกันดู
ใครชอบเดินก็เหมาะเลยเพราะสามารถเดินเที่ยวทั่วโดยไม่ต้องใช้บริการรถรับจ้าง ห้ามพลาดคือขึ้นเขาวัง
ชมพระราชวังสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญและสัญลักษณ์เมืองเพชร
จากนั้นตามเส้นทางมาวัดพระนอน (พระพุทธไสยาสน์) วัดข่อย วัดมหาธาตุ วัดใหญ่สุวรรณาราม
พร้อมหาของกินอร่อย ก็ทำให้สนุกได้เช่นกัน
5.ลพบุรี, ลพบุรี
เดินทางจากกทม : รถไฟจากสถานีหัวลำโพงและตลอดรายทาง หรือรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัย
เดินทางกลับกทม : รถไฟจากสถานีลพบุรี หรือรถตู้จากตัวเมือง
สถานที่เที่ยว : ศาลพระกาฬ พระปรางค์สามยอด วัดมหาธาตุ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์
เที่ยวตัวเมืองลพบุรีช่างง่ายดายเพราะสถานที่น่าสนใจอยู่ใกล้กันแค่เดินเท้าไม่กี่นาที
จุดศูนย์กลางคือบริเวณศาลพระกาฬ กับพระปรางค์สามยอด และยังสามารถดูลิงที่มีอยู่มากมายได้อีกด้วย…

อ่านต่อ →

สุราษฏร์ธานีดินเเดนที่ต้องไปสัมผัส

จังหวัดสุราษฏร์ธานีมีที่เที่ยวมากมายเพื่อให้นักท่องเที่ยวให้ไป ลุยกัน
ใครที่ยังไม่ทราบว่าสุราษฏร์ธานีมีที่เที่ยวอะไรบ้างเดียวเราจะพาไปชมเลยว่า
ที่ไหนเป็นที่ฮิตของนักท่องเที่ยวต้องไปสัมผัส
ที่เเรกต้องไปเลยคือ เขาสก หรือเขื่อนรัชชประภา หรืออีกชื่อ คือเขื่อนเชี่ยวหลาน
เขื่อนรัชชประภาหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของเขื่อนเชี่ยวหลาน
สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่สุดในจังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นเขื่อนที่มีอาณาบริเวณถึง 500ไร่ มีทัศนียภาพสวยงาม
ไปด้วยภูเขาและชะง่อนผาหินปูนที่โอบล้อมอยู่โดยรอบ
ไฮไลท์ของเขื่อนเชี่ยวหลานนั้นก็คือ หินสามเกลอหรือที่รู้จักกันในนามของกุ้ยหลินเมืองไทยและกิจกรรมต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูฝูงปลาและปะการังไปจนถึงการพายเรือคายัคก็เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมไม่น้อย
นอกจากนี้ที่เขื่อนเชี่ยวหลานยังมีที่พักสวยๆกลางเขื่อนเอาไว้ให้คุณนอนเอกเขนกและทอดอารมณ์ดื่มดำความสวยงาม
ของที่นี่ได้อย่างเต็มที่เรียกได้ว่าหากใครได้แวะเข้ามาที่นี่จะต้องร้องว้าวกันเลยทีเดียว

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ขาดไม่ได้เมื่อได้มาท่องเที่ยวที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี
วัดพระบรมธาตุไชยาวรวิหารแห่งนี้มีความงดงามของสถาปัตยกรรมในสมัยกรุงศรีวิชัย
ที่สวยงามอย่างมากและสมบูรณ์แบบที่สุดจนได้รับการยกย่องให้เป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งในประเทศ
วัดพระบรมธาตุไชยาฯ แห่งนี้ก็คือ พระพุทธรูปที่สลักเสลาขึ้นจากศิลาทรายสีแดงที่มีความงดงาม
และเป็นเอกลักษณ์ของฝีมือช่างไชยาในสมัยนั้นอีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์สถานที่ได้รวบรวมโบราณวัตถุสมัยกรุงศรีวิชัย
ที่ขุดพ้นในบริเวณโดยรอบวัดแห่งเอาไว้ให้คุณได้เข้าไปเยี่ยมชม ไปเเล้วทั้งได้บุญเเละได้ความรู้อีกด้วย

เกาะนางยวน
หากไม่ได้ไปเที่ยวทะเลเลยก็ดูเหมือนจะยังมาไม่ถึง เกาะนางยวนเป็นเกาะเล็กๆอยู่ใกล้ๆ
กับเขาเต่าที่ความสวยงามของวิวนั้นไม่เล็กเหมือนอาณาบริเวณโดยรอบเกาะเลย
ความพิเศษของเกาะนางยวนก็คือจะเป็นเกาะเล็กๆ 3 เกาะที่ถูกเชื่อมโยงถึงกันด้วย
สันทรายตรงกลางที่เป็นเอกลักษณ์ 1 เดียวในโลกเมื่อมองจากจุดชมวิวลงไปด้านล่างคุณจะได้
เห็นสุดยอดวิวที่มีความสวยงามที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10เกาะที่สวยที่สุดติดอันดับโลกเลยทีเดียว
เเหล่งท่องเที่ยวที่สุดยอดอีกเเห่งคือ

อุทยานธรรมเขานาในหลวง
เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมาท่องเที่ยวจังหวัดสุราษฏร์ธานี
เป็นพุทธสถานที่ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวและชาวพื้นที่
ด้วยความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครของสถาปัตยกรรม เช่น ซุ้มประตูพุทธวดี 9 ยอด
ที่เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นและตกแสงสีทองเรืองรองรองนั้นจะลอดผ่านซุ้มประตูโค้งมนออกมาอย่างสวยงามประน่าทับใจ
เเละสุดท้ายที่ต้องไปให้ได้คือ

เกาะพะงัน
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดน่าทึ่งในจังหวัดสุราษฏร์ธานีก็คือ เกาะพะงัน
สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับโลกแห่งนี้ด้วยความห่างไกลของเกาะที่ต้องใช้เวลาเดินทางนานนับชั่วโมง
ทำให้เกาะพะงันนั้นยังมีธรรมชาติที่สวยงามอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบเเละเกาะพะงันแห่งนี้ก็คือการเข้าร่วมฟูลมูนปาร์ตี้
โดยฟูลมูนปาร์ตี้นั้นจะจัดขึ้นเดือนละ 2 ครั้งในคืนพระจันทร์เต็มดวง โดยชาวบ้านจะเนรมิตรให้หาดริ้นเป็นสถาน
ที่แฮงเอ้าท์ กิน ดื่มสุดมันที่เราจะได้พบปะสังสรรค์กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

อ่านต่อ →