ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ล่าเตียง

ล่าเตียง ถือเป็นสำรับอาหารโบราณ
ที่มีการสันนิษฐานถึงประวัติที่มาแตกต่างกัน โดยจาก
"ตำราแม่ครัวหัวป่าก์" ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์
ได้กล่าวถึงล่าเตียง ว่าเป็นเครื่องเคียงในสำรับกับข้าว
ใช้ไข่เป็ดมาสะบัดขวางไปขวางมาเป็นตาตาราง
ห่อหุ้มไส้ที่ทำจากกุ้งนาง พริกไทย กระเทียม เกลือ และรากผักชี
ส่วน หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ ได้อธิบายถึง หรุ่ม และ
ล่าเตียง ไว้ใน "ตำรากับข้าวชาววัง" ว่า อาหารสองชนิดนี้
มีความคล้ายกัน แต่ต่างกันตรงลักษณะของไข่ที่นำมาห่อ
หรุ่มจะห่อด้วยไข่ทอดแผ่นบาง ส่วน ล่าเตียง
จะโรยไข่ให้เป็นตารางแล้วค่อยนำมาห่อไส้
ขณะที่ ศ.เกียรติคุณ ดร.กุสุมา รักษมณี ได้กล่าวถึง ล่าเตียง
ไว้ในหนังสือ "อาหารในสำรับมุสลิมบางกอกน้อย"
ว่าเป็นอาหารว่างของชาวมุสลิม เรียกได้อีกชื่อว่า หรุ่ม
ไส้จะมีกุ้งและมะพร้าวเป็นวัตถุดิบหลัก
ห่อหุ้มด้วยไข่ที่ทำเป็นร่างแห
นอกจากนี้ "ล่าเตียง" ยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ในสำรับที่
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1
มีหมายรับสั่งให้จัดทำไปเลี้ยงในงานฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดารา
ม และปรากฏอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
บทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลที่ 2
โดยวัตถุดิบในการทำ ล่าเตียง จะมากมายหลายอย่าง
ไล่ตั้งแต่ รากผักชีหั่นละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ,
กระเทียมไทยปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ, พริกไทยขาวเม็ด 1 ช้อนชา,
เนื้อปลาสับละเอียด 1 ถ้วย, เนื้อกุ้งสับละเอียด 1/2 ถ้วย
พร้อมมันกุ้ง
ไปจนถึง หอมหัวใหญ่ 1/4 ถ้วย, มันเทศสุกบดละเอียด 1/4
ถ้วย, ถั่วลิสงคั่วบุบ 1 ถ้วย, น้ำตาลโตนด 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลทราย
1 ช้อนโต๊ะ, เกลือ 1 ช้อนชา, น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ, ไข่เป็ด 4
ฟอง, ไข่ไก่ 2 ฟอง, แป้งมันหรือแป้งข้าวโพดละลายน้ำ 1 ช้อนชา,

ใบเตย 1 ใบ, น้ำมันสำหรับเช็ดกระทะเล็กน้อย, พริกชี้ฟ้าแดง
หั่นเป็นเส้นๆ และ ผักชีเด็ดเป็นใบๆ
ขั้นตอนการทำไส้ล่าเตียง เริ่มจาก นำ พริกไทยขาวเม็ด
มาคั่ว แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด จึงตามด้วย รากผักชี กระเทียม
โขลกรวมกัน จากนั้นหันไปเตรียม เนื้อปลา กุ้ง และ
หอมใหญ่เสร็จแล้ว นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน
เมื่อน้ำมันร้อนได้ที่ นำ รากผักชี กระเทียม พริกไทย
ลงมาผัดสักพัก จึงใส่ หอมใหญ่ ตามลงไปผัดต่อ จนหอมใหญ่สลด
ใส และนิ่ม จึงลดไฟลง ใส่น้ำตาล เกลือ ผัดให้เข้ากัน
ใส่เนื้อปลาลงไป ผัดให้เนื้อปลากระจายตัว แล้วเพิ่มไฟปานกลาง
นำ กุ้ง ลงผัด เมื่อกุ้งสุก ปิดไฟ ใสถั่วลงไปผัดให้เข้ากัน
และปิดท้ายด้วยมันเทศบด ทิ้งให้พออุ่น
นำมาปั้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ส่วนวิธีการทำส่วนของ ไข่ เริ่มจากนำ ไข่เป็ด ไข่ไก่ และ
แป้งข้าวโพด ที่ละลายไว้ มาผสมกัน จากนั้นนำ ใบเตย ผสมลงไป
แล้วใช้มือขยำรวมทุกอย่างให้พอเข้ากัน
นำไปกรองผ่านผ้าขาวบางพักไว้ แล้วหันไปนำกระทะตั้งไฟอ่อน
เช็ดด้วยน้ำมันบางๆ
เมื่อกระทะร้อน นำไข่มาโรยให้เป็นตาข่าย
จะใช้วิธีจุ่มนิ้วมือทั้งสี่ลงไปในไข่แล้วนำมาสะบัดเร็วๆ
ลงบนกระทะก็ได้ หรืออาจใช้กรวยใบตองก็สะดวกดี
พอไข่เริ่มสุกก็แซะมาวางบนใบตอง ทำเรื่อยไปจนหมด
แต่ต้องระวังไม่ให้กรอบ เพราะจะห่อไม่ได้
จากนั้นเมื่อได้เครื่องปรุงทั้งหมด เราก้จะมาประกอบ ล่าเตียง
เริ่มจากนำแผ่นไข่มาวาง หันด้านไม่เรียบขึ้น วาง พริกชี้ฟ้า
วางตัดกัน 2 เส้น ตามด้วย ใบผักชี และ ไส้
จากนั้นจึงพับไข่ให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหุ้มไส้ไปตามรูปทรงที่เรา
ปั้นไว้ ถือเป็นอันเสร็จ
ที่เหลือก็คือการเสิร์ฟ โดยใช้ ผักกาดหอม มารองเป็นฐาน
จัด พริกชี้ฟ้า วางลงไป ทำ แตงกวา ให้เป็นใบไม้เล็กๆ
นำมาประดับด้วยกันให้สวยงาม

หรือใครอยากเพิ่มรสชาติให้อร่อยถูกปากมากขึ้น อาจเสิร์ฟคู่กับ
อาจาด ก็ได้เช่นกัน…

อ่านต่อ →

พาไปชมร้าน Bistro ที่อาจทำให้คุณต้องอยากไปลิ้มรสชาติอาหารกันสักครั้ง

การรับประทานอาหารถือเป็นสิ่งที่ใครหลายคนชื่นชอบที่จะอยากออกไปหาร้านสวยๆเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศกัน
และไม่ใช่แค่ได้เปลี่ยนบรรยากาศเท่านั้นแต่ยังได้เจอกับเมนูอาหารที่แตกต่างกันนอกจากนี้ยังได้ลิ้มรสชาติที่อร่อยไม่เหมือนใครอีกด้วย
ฉะนั้นในวันนี้เราจะแนะนำ 3 ร้านอาหารน่านั่งมารีวิวให้คุณได้รู้จักกัน

Early Bird Coffee Dessert bar
สายคนชอบกินที่มีรสนิยมชอบร้านแนวโมเดิร์นบรรยากาศดีๆก็ต้องไปพลาดร้านนี้กับ Early Bird Coffee Dessert bar
โดยเป็นร้านที่โดดเด่นทั้งเมนูเครื่องดื่มรวมไปถึงอาหารคาวหวานหลากหลายเมนูมาให้ได้ทานกันสำหรับ
การตกแต่งนอกจากจะเป็นแนวโมเดิร์นแล้วยังดีไซน์ออกมาได้ดูมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างมาก
แต่ที่โดดเด่นที่สุดของร้านนี้ก็ต้องเป็นพวกของหวานที่ทางร้านมักจะมีเมนูของหวานใหม่ๆคิดค้นออกมา
ให้ลูกค้าได้ลิ้มลองเสมอ ส่วนราคาก็ถือว่าไม่แพงเพราะเท่ากับร้านแนวนี้ทั่วๆไปโดยเริ่มต้นเมนูละ 85 บาท

Yingdeaw Homemade
เปลี่ยนมาดูร้านใหม่กันบ้างสำหรับ Yingdeaw Homemade
ร้านนี้ต้องบอกว่าเหมาะมากๆสำหรับคุณผู้หญิงที่ชื่นชอบของหวาน
เพราะไม่ใช่แค่เมนูอาหารจานใหญ่ที่โดดเด่นประจำร้านเท่านั้นที่นี่ยังเน้นให้ความสำคัญกับเมนูของหวานอย่างมาก
โดยในแต่ละเดือนจะมีเมนูของหวานถูกดีไซน์ออกมาหลายรูปแบบเพื่อให้ไม่มีความซ้ำซากจำเจ
และให้ลูกค้าได้เจอกับอาหารหน้าตารวมถึงรสชาติใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
โดยของหวานที่ขึ้นชื่อที่สุดของร้านนี้ก็ต้องวอฟเฟิลราดน้ำผึ้งที่แม้จะเป็นเมนูธรรมดา
แต่มีควสามพิเศษตรงเนื้อแป้งมีความนุ่มอร่อยหอมกำลังดียิ่งราดน้ำผึ้งลงไปก็ยิงให้ความอร่อยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว
ส่วนการตกแต่งเมนูอาหารที่นี่เขามีความเป็นศิลปะอย่างมากซึ่งทุกเมนูได้รับการตกแต่งน่ารับประทานทั้งสิ้น

Kaffe 50
ใครชอบร้านสายชิลไม่ซีเรียสเรื่องขนาดของร้านก็ต้องมาที่นี่ Kaffe 50
โดยมันถูกออกแบบมาได้เรียบง่ายไสตล์ลอฟ
แต่รสชาติอาหารจัดว่ายอดเยี่ยมยิ่งไปกว่านั้นการมาที่ร้านนี้ก็ง่ายมากๆเพียงแค่นั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสมาลง
สถานีทองหล่อหรือเอกมัย และเดินตรงมาอีกเพียงไม่กี่เมตรก็จะเจอร้านทันที สำหรับร้านKaffe
50เป็นร้านเล็กที่มีกาแฟหอมเข้มเต็มรสรวมถึงอาหารรสดีที่หลายคนชื่นชอบเลือกมารับประทานอยู่เสมอ
และที่พิเศษคือทางร้านจะเปลี่ยนเมนูของหวานทุกเดือนเพื่อให้ลูกค้าได้ลิ้มลองอาหารใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา
เรียกว่าน่าไปลองสักครั้ง…

อ่านต่อ →

หน้าหนาวนานไป : 4 ที่เที่ยวธรรมชาติที่พร้อมให้คุณแบกเป้ไปลุยได้เลย

หากรอเที่ยวหน้าหนาวก็อาจจะนานเกินไปสำหรับใครหลายคน
บางคนอยากจะเที่ยวเพื่อชาร์จแบตเสียแต่ตอนนี้เราจึงอย่าจะมาแนะนำ 4
ที่เที่ยวที่น่าไปสำหรับคนรักการเที่ยวแบบธรรมชาติมาให้คุณได้ชมกัน

1.นาขั้นบันได บ้านป่าปงเปียง จ.เชียงใหม่
หากใครชื่นชอบสูอากาศ และชมทิวทัศน์ความงดงามของธรรมชาติก็ต้องไม่พลาด นาขั้นบันได
บ้านป่าปงเปียง จ.เชียงใหม่ และไม่ต้องกลัวว่าไกลขนาดขึ้นเหนือแบบนี้เวลาเที่ยวจะน้อย
เพราะเพียงนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพมาลงที่นี่ก็จะได้เที่ยวแบบจุใจแถมประหยัดราคา และเวลาได้อีกด้วยโดย นาขั้นบันได
บ้านป่าปงเปียงนั้นเต็มไปด้วยผินนาที่จำทำให่้เราได้ชมธรรมชาติที่สวยงามแถมยังมีบรรยาศดีๆให้ได้สูดเต็มปอดก่อนกลับไปทำงานอีกครั้ง

2.น้ำตกคลองลาน
น้ำตกคลองลาน เรียกได้ว่านี่คือน้ำตกที่มีควมสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชรเลยทีเดียว
โดยน้ำที่ตกลงมานั้นมาจากด้านบนของยอดเขาคลองลานนั่นเองโดยจะถูกปล่อยให้ไหลลงมาตามห้วย
น้ำต่างๆรวมแล้วมีถึง 5 สายด้วยกันมาลงที่หุบเขานี่เอง และทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำลึกที่มี่ความยาวมากถึง
3 กิโลเมตรเลยทีเดียวที่สำคัญมันไฟลมาจากความสูงถึง 100 เมตรกับหน้าผาที่สูงชันของน้ำตก
และมีความสวยงามอีกทั้งรอบๆบริเวณยังมีที่นั่งให้ชมวิวได้อีกด้วย
ขณะเดียวกันเมื่อไต่เหนือหน้าผาของน้ำตกขึ้นไปจะเป็นพื้นที่โล่งๆที่เปรียมเสมือนแหล่งรองน้ำก่อนจะถูก
ปล่อยลงมาด้วยความสูง 100 เมตรกลายเป็นน้ำตกแห่งนี้นั่นเอง

3.เนินช้างศึก
สำหรับเนินช้างศึกนั้นตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่มีความสวยงามแถมยังอยู่เหนือทะเลอันดามันยิ่งทำให้ทิวทัศน์มีความงดงามมากกว่าเดิม
นอกจากนี้หากมาที่นี่เรายังได้ชมวิวของสันเขาล้างเผือกที่ตั้งเรียงรายเป็นแนวยาวที่สำคัญยังมีอากาศที่
เย็นสบายไปตลอดทั้งปี และเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่รักการถ่ายภาพธรรมชาติ

4. ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ
ทุ่งดอกเทียนปีกผีเสื้อ ตั้งอยู่บนดอยหัวมดสำหรับที่แห่งนี้แนะนำว่าควรมาในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน
เพราะดอกไม้ที่เรียกว่าเทียนปีกผีเสื้อจะบานออกดอกเต็มไปทั่วทั้งทุ่งดูสวยงามและมีสีชมพูที่ทำให้ดูมีความอบอุ่นยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเหล่าผีเสื้อตัวน้อยทีบินมากินเกสรดอกไม้ไปเต็มทุ่งอีกทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นอย่างนแนอน
และมันยังถูกจัดให้เป็นแหล่งชมวิวที่สวยที่สุดขงออำเภออุ้มผางอีกด้วย…

อ่านต่อ →

3 ที่เที่ยวธรรมชาติในเมืองพัทยา

สำหรับพัทยาถือเป็นเมืองที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงจากบรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทย
และต่างประเทศเพราะถือได้ว่ามีตึกอาคารที่สวยงามแถมยังมีวัฒนธรรมที่หลากหลายผสมกันได้อย่างลงตั
วพร้อมทำให้มันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวนิยมอวะเวียนตลอดปีอีกทั้งยังมีที่เที่ยวธรรมชาติอันสวยงามมา
กมาย และนี่คือ 3
สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่คุณต้องอยากจะแวะไปเยี่ยมเยียนหากได้ไปเยือนเมืองพัทยา
ชายหาดพัทยา
เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์คสำคัญของเมืองพัทยาเลยก็ว่าได้สำหรัยสถานที่แห่งนี้
โดยเป็นชายหาดที่ทอดยาวตั้งแต่พัทยากลางไปจนถึงพัทยาเหนือสำหรับบริเวณชายหาดจะมีเตียงผ้าใบ้
รวมถึงร้านอาหารทะเลต่างๆคอยให้บริการนักท่องเที่ยวตลอดเวลาเรียนได้ว่าเป็นหนึ่งในชายที่มีความคึก
คักตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นกลางวันเช้าหรือช่วงเย็นก็ตามนอกจากนี้ด้านบนของลายหาดยังเต็มไปด้วยห้า
งสรรพสินค้า และร้านค้ารวมถึงถึงบาร์ต่างๆที่คอยเปิดให้บริการทำให้ที่นี่มีบรรยากาศคึกคักสุดๆ
หาดจอมเทียน
หากใครอยากมาสัมผัสอากาศทะเลพัทยาที่ค่อนข้างสงบก็ต้องมาที่นี่กับหาดจอมเทียน
โดยตั้งอยู่ที่พัทยาใต้ แม้จะห่างจากตัวพัทยาหลายกิโลเมตร แต่ก็ถือเป็นชายหาดที่คึกคักไม่น้อย
และเต็มไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวมากมายที่พากันมาหากิจกรรมสนุกๆทำริมหาด
โดยหาดจอมเทียนเรียกได้ว่าเป็นหาดที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองพัทยาหากนับจากชายหาดที่อยู่บนฝั่งนอกจา
กนี้บริเวณรอบๆยังเต็มไปด้วยร้านอาหารซีฟู้ดมากมาย
และแน่นอนว่าความสดใหม่สามารถรับประกันความอร่อยได้อย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันหากใครชอบสายกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่นี่เขาก็มีเครื่องเล่นหลายอย่างให้ได้ลงอกันอีกด้วย
เกาะล้าน
เชื่อว่าหลายคนคงเคยไปสัมผัสที่เกาะแห่งนี้มาแล้ว
ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกาะที่ได้ชื่อว่าดีที่สุดในภาคตะวันออกเลยทีเดียวเพราะไม่ใช่แค่ธรรมชาติจะสวยงามเท่
านั้น
หากเป็นเพราะราคาค่าบริการแต่ละอย่างบนเกาะจัดว่าถูกมากๆถ้าเทีบยกับเกาะแห่งอื่นที่มักอัพราคาสินค้
นรวมถึงค่าห้องพักเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว นอกจากนี้เกาะล้านยังมีอีกหลายหาดให้คุณได้ลองไปสัมผัส
ซึ่งแต่ละหาดก็จะมีเอกลักษณ์ และความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป
ที่สำคัญบนเกาะเองยังมีรถให้เช่าหลายประเภทหากใครชอบลุยๆ็มีเอทีวีให้ขับหรือใครสายชิวที่นี่เขาก็มีร้
านให้เช่ามอเตอร์ไซค์หลายร้านเปิดให้บริการแถมค่าเช่านั้นจัดว่าถูกแสนถูกรับรองได้ว่าหากคุณได้มาเ
ยือนจะเป็นการมาเที่ยวเกาะที่เซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะเลยทีเดียว…

อ่านต่อ →

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : ปิ้งงบ

ปิ้งงบ เป็นอาหารอย่างหนึ่งคล้ายห่อหมก ห่อแบนๆ
ด้วยใบไม้ เช่น ใบยอ ใบตอง แล้วปิ้งไฟ คล้ายกับ “แอ๊บ”
ของทางภาคเหนือ ซึ่งนิยมทำ แอ๊บกุ้ง, แอ๊บปลาเล็กปลาน้อย, แอ๊บลูกอ๊อด, แอ๊บหมู และ แอ๊บสมองหมู เป็นต้น
โดยต้นกำเนิดของเมนูอาหารโบราณของไทยอย่าง ปิ้งงบต้องย้อนไปในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
รัชกาลที่ 2 ซึ่งได้เอ่ยถึงอาหารไว้มากมาย เช่นกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน และแน่นอนว่าต้องมี งบปิ้ง หรือ ปิ้งงบบันทึกไว้ด้วย
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ ปิ้งงบจะเป็นเมนูอาหารโบราณที่อยู่คู่กับไทยมาอย่างยาวนาน
โดยกรรมวิธีและวัตถุที่หาได้ทั่วไปในท้องถิ่นทำให้อาหารชนิดนี้จัดเป็นที่นิยมของผู้คน แม้จะค่อยๆ
ลดลงตามกาลเวลาก็ตามซึ่งสูตรการทำ ปิ้งงบ แบบโบราณก็ไม่ยากเย็นอะไร
เพียงเตรียมวัตถุดิบอันกอปรด้วย เนื้อปลาดุกหั่นเต๋ากลาง 1
ตัวกลาง, ไข่ไก่ 1-2 ฟอง, ใบกระเพราสับ 5-10 ใบ, ใบมะกรูดสับ
2-3 ใบ, พริกแห้งเม็ดใหญ่ 3-4 เม็ด, ขมิ้นเหลืองสับ 1 ช้อนชาและ ตะไคร้ซอย 1/2 ช้อนโต๊ะ
เรื่อยไปจนถึง ผิวมะกรูดสับ 1/2 ช้อนชา, หอมแดงไทยสับ 1
ช้อนชา, กระเทียมไทย 1/2 ช้อนชา, กระชายสับ 1 ช้อนชา, กะปิ
1/2 ช้อนชา, น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ และ น้ำตาลปี๊ป 1/2-1 ช้อนโต๊ะ
เช่นเดียวกับอุปกรณ์ที่ใช้แค่ ใบตอง 1 ใบใหญ่, ครก และชามผสม เท่านั้น
วิธีการทำ ปิ้งงบ เริ่มจากนำ พริกแห้งเม็ดใหญ่,ขมิ้นเหลืองสับ, ตะไคร้ซอย, ผิวมะกรูดสับ, หอมแดงไทยสับ,
กระเทียมไทย, กระชายสับ และ กะปิ มาตำรวมกันจนละเอียด
เพื่อให้ได้พริกแกงที่จะใช้ในการทำ ปิ้งงบ แล้วตักพักเอาไว้จากนั้นนำ เนื้อปลาดุกหั่นเต๋า, ไข่ไก่, ใบกระเพราสับ และ
ใบมะกรูดสับ มาผสมรวมกันในชาม ปรุงรสด้วย น้ำปลา และน้ำตาลปิ๊บ ตามใจชอบ ซึ่งควรออกหวานนำเล็กน้อย
แล้วนำไปย่างไฟบนใบตองเพื่อชิมรสให้แน่ใจอีกครั้งเมื่อได้ส่วนผสมที่สำคัญทั้งสองอย่างแล้ว
ก็หันมาตัดแต่งใบตองให้เรียบร้อย นำ ใบกระเพรามาวางบนใบตองตรงส่วนที่จะหยอดงบที่ผสมไว้
แล้วนำส่วนผสมของ เนื้อปลาดุก วางลงไปก่อนโปะหน้าด้วยใบกระเพราอีกรอบ พร้อมห่อด้วยใบตอง
แต่ไม่ต้องหนามาก เพื่อให้สุกง่ายปิดท้ายที่กลัดด้วยไม้กลัดให้แน่น
ขั้นตอนสุดท้ายก็แค่ ปิ้งด้วยไฟอ่อนๆ ไปเรื่อยๆ ประมาณ 30-45 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดและความหนาตอนห่อใบตอง เมื่อ ปิ้งงบ
สุกแล้ว ให้แต่งหน้าด้วย ยอดกระเพรา, ใบมะกรูด หรือพริกชี้ฟ้าแดง ตามแต่สะดวก เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
อร่อยเหาะอย่าบอกใครโดยในปัจจุบัน เรายังคงสามารถหา ปิ้งงบ
รับประทานได้ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีขายอยู่ทั่วทั้งพื้นที่
อาทิเช่น ปิ้งงบปลาสีกุนป้ารา เยื้องโรงแรมหัวหิน
ถิ่นท่องเที่ยวชื่อดัง หรือ ปิ้งงบป้าเต๋า คลองวาฬ ตำบลเล็กๆใกล้อ่าวมะนาว…

อ่านต่อ →

สุดใจเเน่ถ้าได้ไปเที่ยวเมืองเลย

จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายอีกเเห่งหนึ่งของเมืองไทยต้องยกให้จังหวัดเลย
ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมธรรมชาติที่ท่องเที่ยวภายในจังหวัดเป็นจำนวนมากในเเต่ละปี
เเละมาดูกันว่าหากจะไปเที่ยวเลยเเล้วสถานที่ไหนบ้างที่เป็นเเหล่งท่องเที่ยวที่น่าสัมผัสของจังหวัดเลยไปชมกัน
ที่เเรกที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของจังหวัดเลยคือภูกระดึงไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยภูกระดึงเป็นที่ท่องเที่ยวที่คนส่วนใหญ่
จะชอบไปอย่างมากเพราะว่าอากาศดีเเละมีธรรมชาติที่สวยงามอย่างมาก
เเละที่สำคัญถือว่าสถานที่เเห่งนี้เป็นสถานที่พิสูจน์รักเเท้ของคู่รักเช่นกันเพราะว่าทางขึ้นไปนั้นต้องใช้เท้าเดินประมาณสิบกิโลเมตรซึ่งต้องใช้เเรง
ของตัวเองอย่างมากเเละถ้าหากคู่รักขึ้นไปด้วยกันเเล้วจะต้องดูเเลกันให้ดีเพื่อเป็นการพิสูจน์ความรักของทั้งสองคน
เเละครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องไปให้ได้เพราะข้างบนภูกระดึงมีธรรมชาติที่สวยงามรออยู่
อีกสถานที่หนึ่งของจังหวัดเลยที่น่าไปคือภูเรือ
ที่อยู่ในอุทยานเเห่งชาติภูเรือที่น่าสนใจของภูเรือนั้นหากมีอากาศที่หนาวเย็นจะมีเเม่คะนึ้ง
ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเเละข้างบนจะมองเห็นประเทศลาวที่มีภูเขาสลับซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีทะเลหมอกอีกด้วย
หากไปในยามเช้าจะเจอกับพระอาทิตย์ขึ้นเป็นเเสงเเรกของวันจะเจอกับอากาศที่เย็นสบายเหมาะสำหรับการพักผ่อนเป็นอย่างมาก
หากต้องการไปช่วงปีใหม่จะเหมาะสมที่สุดคุณจะได้เจอกับหมอกที่ปกคลุมลงมากระทบภูอย่างสวยงามเเน่นอน
เเละอีกสถานที่หนึ่งของเมืองเลยที่ทุกคนต้องไปคือเชียงคาน
เป็นเมืองเล็กๆอยู่ในจังหวัดเลยเเต่บอกเลยว่าเมืองนี้ไม่ธรรมดาอย่างเเน่นอน
เป็นหมู่บ้านที่มีความคลาสซิกอย่างมากมีอากาศที่ดีที่เดียวอยู่ติดกับเเม่น้ำโขง ที่ไหลผ่านมีความเป็นชาวบ้าน
เเละที่นั้นมีวัฒนธรรมที่สวยงามมีตลาดถนนคนเดินที่ได้นำสินค้าพื้นบ้านมาวางขาย
เเละเราสามารถไปเช่าจักรยานมาขี่ก็ได้อีกด้วยหากไปเป็นครอบครัวหรือว่าคู่รักจะมีความสนุกอย่างมาก
หากใครคิดไม่ออกว่าช่วงปีใหม่จะไปเที่ยวไหนให้ไปสัมผัสเมืองเลยคุณจะได้รู้ว่าที่นั้นมีดีอะไร
อีกที่เที่ยวที่หนึ่งที่น่าไปคือ แก่งคุดคู้ เป็นที่เที่ยวที่หนึ่งที่อยู่ในเชียงคานมีความสวยงามอย่างมากเป็น มีวิวที่มองเห็นประเทศลาว
เเละทิวทัศน์ที่สวยงามเหมาะเเก่การมาเดินเล่นรับลมชมวิว
นอกจากนี้แก่งคุดคู้ยังมีบริหารเรือนำเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วยหากไปเชียงคานเเล้วก็ลองเเวะไปดูรับรอง
ไม่ผิดหวังเเน่นอน
เเละนี้คือสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดเลยที่ยกตัวอย่างมากให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่าเมืองเลยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ไหนน่าสนใจบ้าง
ซึ่งจังหวัดเลยคือจังหวัดที่มีความสวยงามอย่างมากเงียบสงบเหมาะเเก่การพักผ่อนจริงๆ หากต้องการสถานที่พักผ่อนเเบบชิลๆ
ต้องเลือกไปจังหวัดเลยรับรองว่าท่านจะได้ในสิ่งที่ต้องการอย่างเเน่นอน…

อ่านต่อ →

3 แหล่งที่เที่ยวสุพรรณบุรี

เริ่มจาก อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง โดยแหล่งท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภอด่านช้าง
เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันสวยงามมากมาย จนถูกขนานนามว่า ปางอุ๋งสุพรรณ
โดยเกิดจากการร่วมมือของคนในชุมชน ที่อยากช่วยกันพัฬนาพื้นที่ดังกล่าว ให้อุดมสมบูรณ์มากกว่าเดิม
จนกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อีกทั้งยังมีแหล่งพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมอีกด้วย
เรียกได้ว่า นอกจากมาสูดอากาศที่บริสุทธิ์แล้ว ยังได้ความรู้ และ ความเป็นมาเก่าๆกลับไปด้วย
ต่อมาเป็น พิพิธภัณฑ์ ลูกหลานพันธุ์มังกร แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้ เปรียบดั่งสัญลักษณ์ของจังหวัดสุพรรรบุรี
ตั้งอยู่ภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ก่อตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์หลัก
เป็นการร่ววเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยและ ประเทศจีน มีความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 20 ปี
จุดเด่นของที่นี่ คือการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของอารยธรรมจีนที่ยาวนานมาถึง 5,000 ปี ภายใต้รูปมังกร
ที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นหนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ปิดท้ายกันที่ วัดป่าเลไลยก์ ว่ากันว่า วัดแห่งนี้ มีอายุกว่า 1,200 ปี
เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งเมืองขุนแผน ในปัจจุบัน นอกจากคนสุพรรรบุรี
หลั่งไหลมากราบไหว้แล้ว ยังมีคนจากพื้นที่อื่นๆแวะเวียนเข้ามาไม่ขาดสาย โดยเฉพาะการมากราบไหว้หลวงพ่อโต
พระพุทธรูปปางปาลีไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุวรรณภูมิ ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด
อีกทั้งภายในวัดยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย อาทิ บ้านขุนช้าง ที่สร้างขึ้นภายใต้ตำนานเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน…

อ่านต่อ →

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงสับนก

แกงสับนก
เมนูอาหารไทยโบราณชื่อแปลกประหลาดในปัจจุบัน
แต่ในอดีตถือเป็นอีกหนึ่งอาหารขึ้นหิ้งที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของเรามาอย่างยาวนาน
แม้ปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็น หมู หรือ
ปลา แต่ก็ยังเรียกติดปากว่า “แกงสับนก” เหมือนเคย
แล้ว “แกงสับนก” เป็นอย่างไร? อธิบายง่ายๆ
ก็คือเมนูแกงป่าของไทยเรานั่นเอง โดยสาเหตุที่เรียกแกงสับนก
เพราะครั้งอดีตใช้เนื้อนกเป็นวัตถุดิบ แต่นกไม่ค่อยมีเนื้อเยอะ
ทำให้ต้องสับละเอียดแล้วนำมาปรุงกับพริกแกง เติมกะทิหน่อยอร่อยเหาะเชียวแหละ
อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันที่ หมู ไก่ หรือ ปลา
ดูจะหาได้ง่ายกว่า นก จึงมีการประยุกต์สูตร “แกงสับนก”
มาใช้เนื้อสัตว์ต่างๆ แทน นก แต่ยังคงเรียก “แกงสับนก” อยู่
อาทิเช่น แกงสับนกปลา แกงสับนกหมู แกงสับนกไก่ เป็นต้น
โดย ปลา ดูจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการนำมาทำ
“แกงสับนก” ในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ปลาอะไรก็ได้
ต้องเป็นพวกปลาที่มีเนื้อเหนียว แล่เนื้อปลาเอาก้างกลางออกพร้อมหนังปลา
เหลือเพียงก้างราวท้อง จึงนำมาสับละเอียดส่วนวิธีทำก็ไม่ยากเย็นอะไร เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบง่ายๆ
ประกอบด้วย เนื้อปลาสับละเอียด 1,000 กรัม, หัวกะทิสด 300 กรัม,
หางกะทิสด 300 กรัม, พริกแกงคั่ว 200 กรัม, น้ำปลา 2ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ และ เกลือแกงเล็กน้อย
นอกจากนี้เรายังสามารถนำผักนานาชนิดๆมาใส่ในแกงสับนกได้ด้วย แต่ตามสูตรโบราณจะใช้ มะเขือพวง,
กระชาย, พริกสด, ใบมะกรูด และ ใบโหระพา
ซึ่งหาได้ตามรั้วบ้านชานเรือน
เช่นเดียวกับพริกแกงที่สามารถตำเองได้ ใช้แค่ หัวกระชาย,พริกไทยดำ, ผิวมะกรูด และ หางกะทิ เท่านั้น
เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จสิ้นเราก็มาเริ่มปรุงแกงสับนกกันเลย
ไล่ตั้งแต่นำ หัวกะทิ ส่วนหนึ่งไปเคี่ยวบนกะทะที่เปิดไฟอ่อนแล้วจึงค่อยๆ เติมหัวกะทิจนหมด
จากนั้นเมื่อแตกมันได้ที่ค่อยใส่พริกแกงลงไปเคี่ยวให้หอมใช้เวลาอีกประมาณ 15-20 นาที
ระหว่างที่รอเราก็หันไปทำส่วนของเนื้อปลาแต่ต้องรอดูกระทะไม่ให้เดือดด้วย
โดยเริ่มจากนำเนื้อปลาลงไปโขลกในครก ใส่น้ำแข็งนิด
เกลือหน่อย ให้ปลามีรสชาติเล็กน้อย และคลายความกระด้างลง
จากนั้นปั้นเป็นก้อนแล้วหย่อนลงกระทะได้เลยขั้นตอนที่เหลือก็แค่ปรับชิมรสชาติน้ำแกงสับนก
หากยังไม่ถึงรสให้เติม น้ำปลา หรือ น้ำตาลปี๊บ ลงไป
ไม่ควรใส่เครื่องปรุงรสอื่นๆ ตามด้วย มะเขือพวง, กระชาย, พริก,
ใบมะกรูด และ ใบโหระพา ถือเป็นอันเสร็จสิ้น “แกงสับนก”ในตำนาน…

อ่านต่อ →

ท่องเที่ยวมาเลเซียตามรอยเสด็จ รัชกาลที่ 9

ประเทศมาเลเซียถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดสนมสนิมกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และในอดีต
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เคยเสด็จ พระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซีย
ประเทศเพื่อนบ้านที่พระองค์เสด็จเยือน และสร้างคุณูปการอเนกอนันต์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ
และสถานที่เหล่านี้คือที่เหมาะจะตามรอย
สถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ รัฐปีนัง
จากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่มุ่งหน้าตรงไปสถานีรถไฟปาดังเบซาร์
จากนั้นต่อขบวนรถไฟฟ้าด่วน ETS ที่สถานีปาดังเบซาร์เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ รัฐปีนัง
ที่ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเคยทรงแวะพักเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อ้างอิงจากพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ที่ทรงพระนิพนธ์ถึงการเดินทางไปประทับต่างแดนในระยะยาวของราชสกุล

วัดไชยมังคลาราม รัฐปีนัง
จากสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะปีนัง เพื่อชมเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม
และจุดหมายปลายทางสำคัญที่จะพลาดไม่ได้คือ วัดไชยมังคลาราม ซึ่งเป็นวัดไทยที่เก่าแก่ที่สุดในปีนัง
สร้างราวปีพุทธศักราช 2388 และมีพระพุทธไสยาสน์ที่ยาวที่สุดในมาเลเซีย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ
เยือนวัดอันเป็นสายใยเชื่อมโยงไทย-มาเลเซียแห่งนี้ ทรงประกอบพิธีเปิด (ไหมคลุม) ดวงเนตรพระพุทธรูปปางไสยาสน์
และพระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นั้นว่า “พุทธชัยมงคล” และพระราชทานย่ามแก่พระภิกษุ 20 รูป
พร้อมทั้งทรงบริจาคเงินบำรุงพระอาราม ซึ่งการเสด็จฯ
เยือนครั้งนี้ยังคงถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของประชาชนในปีนังเรื่อยมาตราบจนถึงปัจจุบัน

ที่ราบสูงคาเมรอน รัฐปาหัง
เดินทางต่อจากกรุงกัวลาลัมเปอร์อีกเพียง 200 กิโลเมตรก็จะถึงรัฐปาหัง อีกรัฐแห่งความทรงจำที่ชาวไทยไม่ควรลืม
เพราะตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ของการเสด็จฯ เยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2505
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และพระนางเจ้าสิริกิติ์ได้เสด็จไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ รวมถึงที่ราบสูงแคเมอรอน
ที่ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงเลือกประทับ ณ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้ ที่ราบสูงแคเมอรอน หรือ Cameron
Highlands เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของประเทศมาเลเซีย อยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 1,524 เมตร
มีทัศนียภาพที่งดงามจากหุบเขาที่เรียงตัวสลับซับซ้อน และหมู่บ้านที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอก  ด้วยสภาพภูมิอากาศและดินที่ดี
คาเมรอน ไฮแลนด์ จึงเป็นแหล่งปลูกพืชผักเมืองหนาวชั้นนำของมาเลเซีย
ที่นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาหาความรู้ในเชิงเกษตร และยังผ่อนคลายไปกับ ไร่ชา ไร่สตอเบอรี่ หมู่บ้านสไตล์อังกฤษ
และสวนดอกไม้นานาพันธุ์อีกด้วย…

อ่านต่อ →

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : เมี่ยงคำ

เมี่ยงคำ ถือเป็นอาหารว่างที่มีมานาน
พบในบทพระราชนิพนธ์ กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
นิยมใช้เป็นอาหารสำหรับการสังสรรค์ พบปะในครอบครัวหรือในหมู่เพื่อนฝูง
โดยวัตถุดิบในการทำเครื่องเมี่ยง ได้แก่ มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง
ขิง ถั่วลิสงคั่ว หอมแดง มะนาว และ พริกขี้หนู ส่วนที่เป็นน้ำเมี่ยง
กอปรด้วย น้ำตาลปีบ น้ำปลา กะปิ และ กุ้งแห้งป่น ด้านผักที่ใช้ห่อได้แก่ ใบทองหลาง และ ใบชะพลู
เห็นวัตถุดิบแล้วจะพบว่า “เมี่ยงคำ” มีสมุนไพรมากมาย
มันจึงไม่น่าแปลกใจที่อาหารไทยโบราณชนิดนี้จะเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ โดยเฉพาะการบำรุงธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ทั้ง ดิน
น้ำ ลม ไฟ ในเมนูนี้จัดเต็มจัดให้ครบในที่เดียวแถมเมื่อปี พ.ศ. 2557 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)
ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ขึ้นทะเบียน “เมี่ยงคำ”เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
ในสาขาความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลเพื่อป้องกันมิให้สูญหาย พร้อมกับมรดกทางวัฒนธรรมอย่างอื่น
ว่าแล้วจะมัวรอช้าอยู่ใยเรามาศึกษาวิธีการปรุงเมนูอาหารไทยโบราณอย่าง “เมี่ยงคำ”
ไปพร้อมกันเลยดีกว่า เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ ประกอบด้วย ใบชะพลู
หรือ ใบทองหลาง, มะพร้าวแก่, หอมแดง, ขิง, มะนาว, พริกขี้หนู,
ถั่วลิสง, กุ้งแห้งชนิดจืด, น้ำตาลปีบ, กะปิเผา, น้ำปลาอย่างดี, ข่าและ ตะไคร้
ส่วนขั้นตอนการทำ เริ่มจากการปรุงน้ำเมี่ยงคำ ให้นำเนื้อมะพร้าวแก่ มาหั่นเป็นเส้นเล็กๆ
แล้วนำไปคั่วด้วยไฟอ่อนจนกรอบ และส่งกลิ่นหอม
โดยสมัยก่อนหญิงใดที่หั่นมะพร้าวแล้วเส้นเท่ากัน
ผู้หญิงท่านนั้นจัดว่าฝีมือการครัวดี
เมื่อคั่วมะพร้าวเสร็จ ก็ได้ฤกษ์ทำน้ำเมี่ยงคำ เริ่มจากนำ
น้ำตาลปีป ขึ้นเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จากนั้นเติมกะปิลงไป
รอจนน้ำตาลเหนียวจึงใส่ ข่า และ ตะไคร้
ที่คั่วพร้อมตำละเอียดมาแล้ว ปิดท้ายที่ มะพร้าวคั่ว, กุ้งแห้ง และ
ถั่วลิสง ที่ตำละเอียด รอสักครู่ ดูว่าเหนียวแล้วปิดไฟเลย
โดยเคล็ดลับในการปรุง น้ำเมี่ยง อยู่ที่การเคี่ยว
ต้องใช้ไฟค่อยๆ เคี่ยวจนเหนียว
และหากใครไม่ชอบกลิ่นกะปิก็ไม่ต้องใส่ เพราะสามารถเลือกใช้น้ำปลา และ เกลือ ทดแทนได้
ตามแต่วัตถุดิบในพื้นที่ของแต่ละคนมีมากน้อยหรือสะดวก
ขณะที่การเตรียมเครื่องเมี่ยง ก็ไม่ยากเย็นอะไร นำ
มะพร้าวคั่ว และ ถั่วลิสงคั่ว จัดใส่กระทงแยกไว้ เช่นเดียวกับ
กุ้งแห้ง ส่วน หอมแดงหั่นเป็นลูกเต๋า, ขิงหั่นเป็นลูกเต๋า,
มะนาวหั่นทั้งเปลือกเป็นลูกเต๋า และ พริกขี้หนูซอยจัดแยกไว้คนละกระทง
วิธีรับประทานก็แค่นำ ใบชะพลู หรือ ใบทองหลาง
มาเป็นฐานรอง จากนั้นนำ เครื่องเมี่ยง ทั้งหมด
วางบนใบชะพลูให้ได้พอดีคำ แล้วจึงตัดน้ำเมี่ยงราด กินทีละคำ
รับรองอร่อยเด็ดทุกคน เพราะจะได้รสตามชอบแล้วแต่ปรุง…

อ่านต่อ →