ตามรอยอาหารไทยโบราณ : แกงสับนก

แกงสับนก
เมนูอาหารไทยโบราณชื่อแปลกประหลาดในปัจจุบัน
แต่ในอดีตถือเป็นอีกหนึ่งอาหารขึ้นหิ้งที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของเรามาอย่างยาวนาน
แม้ปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนเนื้อสัตว์ที่ใช้เป็น หมู หรือ
ปลา แต่ก็ยังเรียกติดปากว่า “แกงสับนก” เหมือนเคย
แล้ว “แกงสับนก” เป็นอย่างไร? อธิบายง่ายๆ
ก็คือเมนูแกงป่าของไทยเรานั่นเอง โดยสาเหตุที่เรียกแกงสับนก
เพราะครั้งอดีตใช้เนื้อนกเป็นวัตถุดิบ แต่นกไม่ค่อยมีเนื้อเยอะ
ทำให้ต้องสับละเอียดแล้วนำมาปรุงกับพริกแกง เติมกะทิหน่อยอร่อยเหาะเชียวแหละ
อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบันที่ หมู ไก่ หรือ ปลา
ดูจะหาได้ง่ายกว่า นก จึงมีการประยุกต์สูตร “แกงสับนก”
มาใช้เนื้อสัตว์ต่างๆ แทน นก แต่ยังคงเรียก “แกงสับนก” อยู่
อาทิเช่น แกงสับนกปลา แกงสับนกหมู แกงสับนกไก่ เป็นต้น
โดย ปลา ดูจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมในการนำมาทำ
“แกงสับนก” ในปัจจุบัน แต่ไม่ใช่ปลาอะไรก็ได้
ต้องเป็นพวกปลาที่มีเนื้อเหนียว แล่เนื้อปลาเอาก้างกลางออกพร้อมหนังปลา
เหลือเพียงก้างราวท้อง จึงนำมาสับละเอียดส่วนวิธีทำก็ไม่ยากเย็นอะไร เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบง่ายๆ
ประกอบด้วย เนื้อปลาสับละเอียด 1,000 กรัม, หัวกะทิสด 300 กรัม,
หางกะทิสด 300 กรัม, พริกแกงคั่ว 200 กรัม, น้ำปลา 2ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ และ เกลือแกงเล็กน้อย
นอกจากนี้เรายังสามารถนำผักนานาชนิดๆมาใส่ในแกงสับนกได้ด้วย แต่ตามสูตรโบราณจะใช้ มะเขือพวง,
กระชาย, พริกสด, ใบมะกรูด และ ใบโหระพา
ซึ่งหาได้ตามรั้วบ้านชานเรือน
เช่นเดียวกับพริกแกงที่สามารถตำเองได้ ใช้แค่ หัวกระชาย,พริกไทยดำ, ผิวมะกรูด และ หางกะทิ เท่านั้น
เมื่อเตรียมวัตถุดิบเสร็จสิ้นเราก็มาเริ่มปรุงแกงสับนกกันเลย
ไล่ตั้งแต่นำ หัวกะทิ ส่วนหนึ่งไปเคี่ยวบนกะทะที่เปิดไฟอ่อนแล้วจึงค่อยๆ เติมหัวกะทิจนหมด
จากนั้นเมื่อแตกมันได้ที่ค่อยใส่พริกแกงลงไปเคี่ยวให้หอมใช้เวลาอีกประมาณ 15-20 นาที
ระหว่างที่รอเราก็หันไปทำส่วนของเนื้อปลาแต่ต้องรอดูกระทะไม่ให้เดือดด้วย
โดยเริ่มจากนำเนื้อปลาลงไปโขลกในครก ใส่น้ำแข็งนิด
เกลือหน่อย ให้ปลามีรสชาติเล็กน้อย และคลายความกระด้างลง
จากนั้นปั้นเป็นก้อนแล้วหย่อนลงกระทะได้เลยขั้นตอนที่เหลือก็แค่ปรับชิมรสชาติน้ำแกงสับนก
หากยังไม่ถึงรสให้เติม น้ำปลา หรือ น้ำตาลปี๊บ ลงไป
ไม่ควรใส่เครื่องปรุงรสอื่นๆ ตามด้วย มะเขือพวง, กระชาย, พริก,
ใบมะกรูด และ ใบโหระพา ถือเป็นอันเสร็จสิ้น “แกงสับนก”ในตำนาน…

อ่านต่อ →

ท่องเที่ยวมาเลเซียตามรอยเสด็จ รัชกาลที่ 9

ประเทศมาเลเซียถือว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดสนมสนิมกับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และในอดีต
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  เคยเสด็จ พระราชดำเนินเยือนประเทศมาเลเซีย
ประเทศเพื่อนบ้านที่พระองค์เสด็จเยือน และสร้างคุณูปการอเนกอนันต์แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ
และสถานที่เหล่านี้คือที่เหมาะจะตามรอย
สถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ รัฐปีนัง
จากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่มุ่งหน้าตรงไปสถานีรถไฟปาดังเบซาร์
จากนั้นต่อขบวนรถไฟฟ้าด่วน ETS ที่สถานีปาดังเบซาร์เพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ รัฐปีนัง
ที่ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเคยทรงแวะพักเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อ้างอิงจากพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ที่ทรงพระนิพนธ์ถึงการเดินทางไปประทับต่างแดนในระยะยาวของราชสกุล

วัดไชยมังคลาราม รัฐปีนัง
จากสถานีรถไฟบัตเตอร์เวอร์ธ นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะปีนัง เพื่อชมเมืองที่เต็มไปด้วยศิลปะ วัฒนธรรม
และจุดหมายปลายทางสำคัญที่จะพลาดไม่ได้คือ วัดไชยมังคลาราม ซึ่งเป็นวัดไทยที่เก่าแก่ที่สุดในปีนัง
สร้างราวปีพุทธศักราช 2388 และมีพระพุทธไสยาสน์ที่ยาวที่สุดในมาเลเซีย เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2505
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ
เยือนวัดอันเป็นสายใยเชื่อมโยงไทย-มาเลเซียแห่งนี้ ทรงประกอบพิธีเปิด (ไหมคลุม) ดวงเนตรพระพุทธรูปปางไสยาสน์
และพระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นั้นว่า “พุทธชัยมงคล” และพระราชทานย่ามแก่พระภิกษุ 20 รูป
พร้อมทั้งทรงบริจาคเงินบำรุงพระอาราม ซึ่งการเสด็จฯ
เยือนครั้งนี้ยังคงถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของประชาชนในปีนังเรื่อยมาตราบจนถึงปัจจุบัน

ที่ราบสูงคาเมรอน รัฐปาหัง
เดินทางต่อจากกรุงกัวลาลัมเปอร์อีกเพียง 200 กิโลเมตรก็จะถึงรัฐปาหัง อีกรัฐแห่งความทรงจำที่ชาวไทยไม่ควรลืม
เพราะตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ของการเสด็จฯ เยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 2505
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และพระนางเจ้าสิริกิติ์ได้เสด็จไปยังสถานที่สำคัญต่างๆ รวมถึงที่ราบสูงแคเมอรอน
ที่ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงเลือกประทับ ณ สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งนี้ ที่ราบสูงแคเมอรอน หรือ Cameron
Highlands เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังของประเทศมาเลเซีย อยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 1,524 เมตร
มีทัศนียภาพที่งดงามจากหุบเขาที่เรียงตัวสลับซับซ้อน และหมู่บ้านที่ปกคลุมไปด้วยไอหมอก  ด้วยสภาพภูมิอากาศและดินที่ดี
คาเมรอน ไฮแลนด์ จึงเป็นแหล่งปลูกพืชผักเมืองหนาวชั้นนำของมาเลเซีย
ที่นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาหาความรู้ในเชิงเกษตร และยังผ่อนคลายไปกับ ไร่ชา ไร่สตอเบอรี่ หมู่บ้านสไตล์อังกฤษ
และสวนดอกไม้นานาพันธุ์อีกด้วย…

อ่านต่อ →

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : เมี่ยงคำ

เมี่ยงคำ ถือเป็นอาหารว่างที่มีมานาน
พบในบทพระราชนิพนธ์ กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
นิยมใช้เป็นอาหารสำหรับการสังสรรค์ พบปะในครอบครัวหรือในหมู่เพื่อนฝูง
โดยวัตถุดิบในการทำเครื่องเมี่ยง ได้แก่ มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง
ขิง ถั่วลิสงคั่ว หอมแดง มะนาว และ พริกขี้หนู ส่วนที่เป็นน้ำเมี่ยง
กอปรด้วย น้ำตาลปีบ น้ำปลา กะปิ และ กุ้งแห้งป่น ด้านผักที่ใช้ห่อได้แก่ ใบทองหลาง และ ใบชะพลู
เห็นวัตถุดิบแล้วจะพบว่า “เมี่ยงคำ” มีสมุนไพรมากมาย
มันจึงไม่น่าแปลกใจที่อาหารไทยโบราณชนิดนี้จะเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ โดยเฉพาะการบำรุงธาตุทั้ง 4 ของร่างกาย ทั้ง ดิน
น้ำ ลม ไฟ ในเมนูนี้จัดเต็มจัดให้ครบในที่เดียวแถมเมื่อปี พ.ศ. 2557 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)
ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ได้ขึ้นทะเบียน “เมี่ยงคำ”เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้
ในสาขาความรู้และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาลเพื่อป้องกันมิให้สูญหาย พร้อมกับมรดกทางวัฒนธรรมอย่างอื่น
ว่าแล้วจะมัวรอช้าอยู่ใยเรามาศึกษาวิธีการปรุงเมนูอาหารไทยโบราณอย่าง “เมี่ยงคำ”
ไปพร้อมกันเลยดีกว่า เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ ประกอบด้วย ใบชะพลู
หรือ ใบทองหลาง, มะพร้าวแก่, หอมแดง, ขิง, มะนาว, พริกขี้หนู,
ถั่วลิสง, กุ้งแห้งชนิดจืด, น้ำตาลปีบ, กะปิเผา, น้ำปลาอย่างดี, ข่าและ ตะไคร้
ส่วนขั้นตอนการทำ เริ่มจากการปรุงน้ำเมี่ยงคำ ให้นำเนื้อมะพร้าวแก่ มาหั่นเป็นเส้นเล็กๆ
แล้วนำไปคั่วด้วยไฟอ่อนจนกรอบ และส่งกลิ่นหอม
โดยสมัยก่อนหญิงใดที่หั่นมะพร้าวแล้วเส้นเท่ากัน
ผู้หญิงท่านนั้นจัดว่าฝีมือการครัวดี
เมื่อคั่วมะพร้าวเสร็จ ก็ได้ฤกษ์ทำน้ำเมี่ยงคำ เริ่มจากนำ
น้ำตาลปีป ขึ้นเคี่ยวด้วยไฟอ่อน จากนั้นเติมกะปิลงไป
รอจนน้ำตาลเหนียวจึงใส่ ข่า และ ตะไคร้
ที่คั่วพร้อมตำละเอียดมาแล้ว ปิดท้ายที่ มะพร้าวคั่ว, กุ้งแห้ง และ
ถั่วลิสง ที่ตำละเอียด รอสักครู่ ดูว่าเหนียวแล้วปิดไฟเลย
โดยเคล็ดลับในการปรุง น้ำเมี่ยง อยู่ที่การเคี่ยว
ต้องใช้ไฟค่อยๆ เคี่ยวจนเหนียว
และหากใครไม่ชอบกลิ่นกะปิก็ไม่ต้องใส่ เพราะสามารถเลือกใช้น้ำปลา และ เกลือ ทดแทนได้
ตามแต่วัตถุดิบในพื้นที่ของแต่ละคนมีมากน้อยหรือสะดวก
ขณะที่การเตรียมเครื่องเมี่ยง ก็ไม่ยากเย็นอะไร นำ
มะพร้าวคั่ว และ ถั่วลิสงคั่ว จัดใส่กระทงแยกไว้ เช่นเดียวกับ
กุ้งแห้ง ส่วน หอมแดงหั่นเป็นลูกเต๋า, ขิงหั่นเป็นลูกเต๋า,
มะนาวหั่นทั้งเปลือกเป็นลูกเต๋า และ พริกขี้หนูซอยจัดแยกไว้คนละกระทง
วิธีรับประทานก็แค่นำ ใบชะพลู หรือ ใบทองหลาง
มาเป็นฐานรอง จากนั้นนำ เครื่องเมี่ยง ทั้งหมด
วางบนใบชะพลูให้ได้พอดีคำ แล้วจึงตัดน้ำเมี่ยงราด กินทีละคำ
รับรองอร่อยเด็ดทุกคน เพราะจะได้รสตามชอบแล้วแต่ปรุง…

อ่านต่อ →

ตามรอยอาหารไทยโบราณ : เมี่ยงปลาทู

เมี่ยง ถือเป็นอาหารไทยโบราณที่มีมาแต่โบราณและมีทั่วทุกภาคของไทย
แล้วแต่วัตถุดิบและชื่อเรียกที่จะแตกต่างกันออกไป ซึ่ง“เมี่ยงปลาทู” ที่กำลังจะนำเสนอในบทความนี้
ถือเป็นอาหารไทยโบราณของภาคกลางแฝงความเป็นชาววังไว้ด้วย
นั่นก็เพราะ เมี่ยงปลาทู ที่เราจะนำเสนอเป็นสูตรของวังบางขุนพรหม เป็นตำรากับข้าวของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน
พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ประสูติแต่ หม่อมเจ้าประสงค์สมบริพัตร
โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน เป้นคนไทยคนแรกที่เปิดร้านอาหารไทยร้านแรกในประเทศอังกฤษ ชื่อร้าน Siam Rice ในกรุงลอนดอน
และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 รวมสิริพระชนมายุ 90 พรรษา
ว่าแล้ว เมี่ยงปลาทู สูตรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน จะเด็ดสาระตี่แค่ไหน
เชิญทัศนาไปพร้อมกันเลยครับ เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ แน่นอนว่า
ปลาทู สามารถหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด แต่ให้เลือกที่นึ่งมาแล้ว4-5 ตัว จะได้ย่นระยะเวลาการทำ
นอกเหนือจากนี้ยังมี มะพร้าวขูดขาว 150 กรัม, ขิงอ่อนซอย 50 กรัม, หอมแดงซอย 50 กรัม, พริกขี้หนูสวนซอย 10 เม็ด,
มะนาว 3-4 ชิ้น, น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ และ ใบคะน้า ทั้งหมดนี้เป็นวัตถุดิบสำหรับ 4 ท่าน
ส่วนกรรมวิธีการปรุงก็ไม่ยากอะไร เริ่มจากนำ ปลาทูนึ่ง
ที่เตรียมไว้ มาทอดหรือย่างกับกระทะพอหอม ไม่ต้องกลัวดิบเพราะผ่านการนึ่งมาแล้ว จากนั้นจึงแกะเอาแต่เนื้อ
ส่วนหนังจะทานเล่นหรือโยนทิ้งไปก็แล้วแต่สะดวก
เมื่อเตรียมพระเอกอย่าง ปลาทู เสร็จแล้วก็ขยับมาคั่วมะพร้าวขูดขาวด้วยไฟอ่อนๆ กันต่อ
คั่วด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนมะพร้าวขูดขาวเริ่มกรอบ ส่งกลิ่นหอมและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล
แล้วค่อยตักขึ้นจากกระทะพักใส่จานเอาไว้
ขั้นตอนสุดท้ายก็แค่นำ เนื้อปลาทู
มายีในหม้อหรือกะละมังให้เนื้อปลาฟู จากนั้นใส่ หอมแดง,
ขิงฝอย, พริกขี้ซอย, น้ำปลา และ น้ำมะนาว ลงไป
ชิมให้ได้รสเปรี้ยวและเค็มตามใจชอบถือเป็นอันใช้ได้สำหรับไส้ของ เมี่ยงปลาทู สูตรวังบางขุนพรหม
ซึ่งวิธีรับประทานก็ไม่ยากเย็นอะไร
แค่นำใส่ที่เตรียมมาตักใส่ ใบคะน้า หรือ ผักกาดหอม ก็ได้
จีบพอดีคำแล้วโรยหน้าด้วย มะพร้าวคั่ว รับประทานทีละคำอร่อยล้ำอย่างบอกใคร แถมเป็นวิธีกินอย่างไทยแท้
ใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวไม่มีทิ้งขว้าง
โดยปัจจุบัน เมี่ยงปลาทู สูตรบางขุนพรหมอาจเป็นอาหารที่หาทานได้ยาก
แต่หากจะหาสูตรที่ประยุกต์ออกไป แต่รสชาติคล้ายคลึงกัน
ก็สามารถหาทานได้ทั่วไปในประเทศไทย ตั้งแต่ร้านอาหาร 5 ดาวไปจนถึงร้านริมถนนหนทาง…

อ่านต่อ →

เที่ยวตปท.ที่ไหนดี แบบงบจำกัด

 

1.เมียนมาร์
เมืองย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวง ของเมียนมาร์ ที่มีเอกลักษณ์อันงดงาม เต็มไปด้วยวัดวาอารามที่วสยงามอยู่มากมาย
เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปศิลปะพม่าที่ดูแปลกตากว่าพระพุทธรูปในบ้านเรา หรือเจดีย์ชเวดากอง
เจดีย์กาบาเอ และเจดีย์สุเล อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่ประเทศเมียนมาร์มาอย่างช้านาน
แล้วไปเดินเล่นชมเมืองพม่าพร้อมกับหาของกินอร่อยๆ ที่ย่านไชน่าทาวน์ก็สนุกไปอีกแบบ
ด้วยงบราคาการเที่ยวไม่เกิน 10,000 บาท

2.อินเดีย
หากคุณชื่นชอบอาหารอินเดีย รับรองว่าคุณจะไม่มีปัญหาในการอยู่ที่นี่
อาหารอินเดียเป็นสิ่งหนึ่งที่แสนวิเศษในการใช้ชีวิตสนุกสนาน วัฒนธรรมอันหลากหลาย กินอยู่ราคาถูก
คุณสามารถอยู่ที่อินเดียได้เป็นเดือนๆ ด้วยค่าที่พักเพียง 100 เหรียญ และจะถูกกว่านี้ถ้าหากไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่

3.ลาว
ถ้าพูดถึงที่เที่ยวสวยๆ ประหยัด ให้งบน้อย หลวงพระบาง คืออีกที่หนึ่งที่คู่ควร เมืองเก่าติดแม่น้ำโขง
ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก เพราะเต็มไปด้วยอารายธรรมอันเก่าแก่ของชาวล้านช้างมาแต่โบราณ
วัดวาอารามที่สวยงามดูเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังมากมาย ทั้งวัดเชียงทอง วัดใหม่สุวรรณภูมาราม หอพระบาง
และอีกหลากหลายสถานที่สำคัญทางศาสนา ที่สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมอันละเอียดอ่อน

4.มาเลเซีย
สิ่งที่สะดุดตาคงหนีไม่พ้นตึก Twin Towers หากไม่ไปคงเรียกว่ามาไม่ถึงกัวลาลัมเปอร์
ต่อด้วยการชมจัตุรัสเมอร์เดก้า ซึ่งเป็นลานใหญ่ที่มีเสาธงที่สูงที่สุดในโลก และสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย
ต่อด้วยการนั่งรถไปเมืองมะละกา เมืองที่ถูกยกให้เป็นเมืองมรดกโลก เดินเท้าชมโบสถ์และตึกเก่าแก่สไตล์โปรตุเกส
จากนั้นลงเรือล่องคลองมะละกาที่เชื่อมมาจากช่องแคบมะละกา ยามค่ำคืนเดินชมถนนคนเดินเลือกซื้อของท้องถิ่น
ถือว่าเป็นการเที่ยวที่ประหยัดและคุ้มค่าทีเดียว

5.เนปาล
เนปาล เป็นประเทศที่สูงที่สุดในโลกที่รู้จักกันดีในเรื่องของสถานที่แห่งจิตวิญญาณ
นอกจากนี้ยังดีต่อนักท่องเที่ยวด้วยความเป็นอยู่ ค่าครองชีพที่ถูกอีกแห่งหนึ่ง อพาร์ทเมนต์ดีๆ
ในกรุงกาฐมาณฑุเช่าอยู่ได้อย่างชิลๆ ราคาเพียง 60 เหรียญต่อเดือน แถมยังมีอาหารการกินที่สมบูรณ์และอร่อย
อีกทั้งกิจกรรมสนุกๆ ต่างๆ เพราะอยู่ใกล้เทือกเขาหิมาลัย

6.ปานามา
ปานามาขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ดีที่สุดของมหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรแอตแลนติก
คลองปานามาที่เป็นเมืองท่าใหญ่ คอยรับส่งสินค้า ทำให้การมาเที่ยวที่นี่จะได้บรรยากาศที่ดี
โดยสามารถหาบ้านพักริมชายหาดในราคาแค่ 150 เหรียญต่อเดือน นอกจากนี้ทั้งอาหารการกิน อาหารซีฟู้ด
ผลไม้ดี ที่มีราคาแสนถูกอีกด้วย…

อ่านต่อ →

เที่ยวเต่างอยตามกระแสเพลงฮิต

“สาวเต่างอยรอคอยอ้าย เต่างอยรอคอยอ้าย เต่างอย เต่าๆๆงอย” ร้องท่อนนี้มารับรองหลายคนรู้แน่นอนว่ามันคือเพลงเต่างอย
ที่กำลังฮิตสุดๆของจินตหรา พูนลาภ นักร้องลุกทุ่งอมตะที่กลับมามีผลงานเพลงให้แฟนเพลงหายคิดถึงกันอีกครั้ง
ซึ่งเพลงเต่างอยนี้ไม่ได้แต่งมาเล่นๆขำๆสนุกๆเท่านั้น แต่ว่าเพลงนี้มีที่มาจากสถานที่จริง
ซึ่งหลายคนเมื่อฟังเพลงแล้วอาจจะอยากที่จะไปเที่ยว ว่าแล้วก็มารู้จักกับเต่างอยกันเลยดีกว่า
พญาเต่างอยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโด่งดังในหมู่นักเสี่ยงโชคและผู้ที่มีจิตศรัทธามากที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้
หลังจากผู้ที่เดินทางมาสักการะได้รับโชคกลับบ้านไปกันหลายราย
เต่างอย เป็นอำเภอขนาดเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของ จ.สกลนคร จากอำเภอเมืองเดินทางไปตามทางหลวงสายสกลนคร-นาแก 14
ก.ม. เลี้ยวขวาไปอีกประมาณ 12 ก.ม. ก็จะถึงอำเภอเต่างอย และเดินทางต่อไปอีก 6 ก.ม.
ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติห้วยหวด บนเทือกเขาภูพาน มีพื้นที่ประมาณ 825 ตร.ก.ม. หรือ 517,850 ไร่ เป็นอุทยานฯ
เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2531
สภาพป่าทั่วไปเป็นที่ราบสูงสลับกับเทือกเขาหินทราย หรือใช้เส้นทางสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ ราว 5 ก.ม.
เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2339 ไปอุทยานฯ อีกประมาณ 35 ก.ม.
ตำนานพญาเต่างอยลักษณะสำคัญของพญาเต่างอยคือเป็นเต่าขนาดใหญ่
เกล็ดบนหลังแต่ละเกล็ดมีรูปพระเกจิอาจารย์ประดับตกแต่ง บนหลังพญาเต่างอยประดับดอกบัวปั้น ในดอกบัวมีสร้อยทอง พระ
ของขลังต่างๆ บรรจุไว้พร้อมฉาบปิดแน่นหนา มีตำนานเกิดขึ้น 400 ปีก่อน ในขณะนั้นไทยได้ทำสงครามกับลาว ลาวพ่ายแพ้
จึงถูกกวาดต้อนมาอยู่ในประเทศไทย เมื่อเดินทางมาถึงลำน้ำพุง ซึ่งเป็นลำน้ำขนาดใหญ่และมีเต่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ทำให้คนในสมัยนั้นเห็นว่าบริเวณนี้น่าจะมีพืชพันธ์ ธัญญาหารที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเป็นที่อยู่อาศัย
จึงได้ตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยขึ้น โดยตั้งชื่อว่า หมู่บ้านเต่างอย ตามสถานที่ที่พบเห็นเต่าที่กำลังลอยริมฝั่งแม่น้ำ
หลังจากนั้น ชาวบ้านและหน่วยงานราชการต้องการสร้างสัญลักษณ์ของอำเภอเต่างอยขึ้น
จึงได้ให้ช่างจากศูนย์ฝึกศิลปาชีพบ้านกุดนาขามสร้างรูปปั้นเต่ายักษ์ไว้หลังที่ทำการอำเภอเต่างอย
มีลักษณะเป็นเต่าขนาดใหญ่ เกล็ดบนหลังแต่ละเกล็ดมีรูปพระเกจิอาจารย์ประดับตกแต่ง ส่วนบนหลังจะประดับด้วยดอกบัวปั้น
ในดอกบัวมีสร้อยทอง พระ ของขลังต่างๆ บรรจุไว้พร้อมฉาบปิดไว้อย่างแน่นหนา เหตุที่ใส่เครื่องรางของขลังลงไป
เพราะเชื่อว่าจะทำให้ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย อายุยืนเหมือนกับเต่า และหากใครได้มาสักการบูชาจะทำให้อายุยืนยาว
มีโชคมีลาภกลับไป…

อ่านต่อ →

ร้านอาหารยอดนิยม ในกทม.

 

สีลมภัตตาคาร
ร้านอาหารเก่าแก่ที่เปิดบริการมาอย่างยาวนานตั้งเเต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
จนปัจจุบันก็ยังคงอยู่คู่ตำนานความอร่อยของร้านที่ใครที่ได้เเวะผ่านมาก็ ต้องเข้ามานั่ง
บรรยากาศในร้านให้อารมณ์ความรู้สึกแบบเก่าๆ ย้อนยุค จัดวางด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบโบราณ

เรือนเพชรสุกี้
ร้านสุกี้ในตำนานเจ้าเก่าที่โด่งดังเเละยอดนิยมตั้งเเต่สมัยรุ่ก่อน เเต่ความอร่อยไม่เปลี่ยนเเปลง
จุดเด่นของร้านอยู่ที่น้ำซุปที่อร่อยกลมกล่อมเเบบต้นตำรับดั้งเดิม เเละชุดสุกี้ที่มีให้เลือกทั้งเนื้อหมู เนื้อ ไก่
หรือทะเลที่คลุกเคล้ากับซอสเต้าเจี้ยวหอมๆ ตอกไข่ด้านบน เวลาทานก็เเค่คลุกเคล้ากันไข่ให้เข้ากัน
นำไปลวกหรือต้ม จิ้มน้ำจิ้มสูตรลับของร้านเเล้วเตรียมรับความอร่อย

อรรถรส
ร้านอาหารไทยโบราณตกแต่งในสไตล์ไทยร่วมสมัย สามารถเข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย
มีมุมให้เลือกนั่งทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ตกกลางคืนจะเปิดเป็นเพลงชิลล์ๆ นั่งฟังเพลินๆ
อาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ล้วนมีเอกลักษณ์ ไม่ใช้ผงชูรสหรือใช้ให้น้อยที่สุด
อีกทั้งแต่ละเมนูล้วนมีเรื่องราวที่น่าสนใจ

Wine collection bar
ร้าน Wine ไวน์บาร์ และร้านอาหารเข้าไว้ด้วยกัน
ให้คุณได้อิ่มอร่อยไปกับอาหารฝรั่งหลากหลายเมนูให้เลือกรับประทาน และไวน์รสเลิศหลากชนิดจากทั่วทุกมุมโลก

childhood
คาเฟ่สีขาวภายในซอยสุขุมวิท 23 ภายในร้านถูกแต่งในสไตล์มินิมอลที่โดดเด่นด้วยสีขาวสะอาดตา
ร้านเน้นเสิร์ฟเมนูอาหารไทยฟิวชั่น นอกจากนี้ยังเมนูขนมหวาน และเครื่องดื่มให้เลือกอีกหลากหลายเมนู

ชังกี้ เบอร์เกอร์
ร้าน Burger สไตส์ Homemade ที่ทำเองทุกขั้นตอน ภายในร้านให้บรรยากาศที่อบอุ่น
เหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน เป็นคอนเซ็ปต์ของความอบอุ่น โดยเมนูแนะนำเช่น Holy Cheese Burger,
Crispy Chicken & Caesar Burger, Holy Cheese Burger

ออนล็อกหยุ่น
ร้านสไตล์จีน แต่ซึมซับความเป็นไทยในสมัยเก่ามากขึ้น
หากใครต้องการตักบาตรตอนเช้าก็สามารถซื้ออาหารที่ร้านเพื่อนำมาใส่บาตรจากที่ร้านได้
เนื่องจากร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.30 – 16.00 น. อาหารขึ้นชื่อก็ได้แก่ ไข่ ดาว
หมูแฮม+ไส้กรอก+เบคอน+กุนเชียง ส่วนขนมปังสังขยาสีส้ม ถ้าใครมา ออน ล๊อค หยุ่น แล้วไม่ได้ลอง
ถือว่ายังมาไม่ถึง เพราะสังขยาสีส้มหอมหวาน ลองแล้วจะติดใจเหมือนมีแรงดึงดูดให้ต้องซื้อกลับไป

หมี่กรอบจีนหลี
ร้านหมี่กรอบสมัย ร.5 หรือเต็กเฮง หมี่กรอบจีนหลี คือร้านเดียวกันตั้งอยู่อยู่ท่าน้ำตลาดพลู
เป็นหมี่กรอบเจ้านี้เริ่มตั้งแต่รุ่นปู่ตกทอดจนมาถึงรุ่นลูกหลานต่างก็ได้
รับได้รับการถ่ายทอดและผัดหมี่มาจนถึงปัจจุบัน

ตะลิงปลิง
ร้านอาหารไทยใน บรรยากาศบ้านสวน ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น
ตัวร้านเป็นกระจกเพื่อให้มองเห็นสวนผักและต้นไม้ได้ชัดเจน
พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารไทยหลากรสที่หาทานได้ยาก เช่นแกงคั่วหอยขม แกงใบชะคราม
น้ำพริกมะยม…

อ่านต่อ →

ชมสุดยอดเกาะที่สวยงามของภาคใต้ที่นักท่องไม่ควรพลาด

เเหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยมีมากมายเเล้วเเต่ใครจะชอบไปที่ไหน
เเละเราขอเสนอเเหล่งท่องเที่ยวทางภาคใต้ของเมืองไทย ที่เป็นเกาะต่างๆ ที่มีอยู่มากมายหลายเกาะ
เเละที่สำคัญเเต่ละเกาะนั้นมีความสวยงามอย่างมากนักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคบสัมผัสต้องลองไปสักครั้งในชีวิต
รับรองว่าจะไม่มีวันลืมเลยเพราะสวยจนต้องมาอีก เกาะเเรกที่เราอยากเเนะนำคือ…

เกาะสมุยที่อยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่อยู่ที่ทะเลอ่าวไทยเเต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ได้ไปที่นั้น
เเละได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์กลางทะเลอ่าวไทยเลยทีเดียวมีหาดทรายขาวเเละมีต้นมะพร้าวที่เรียงกันอย่างสวยงาม
เเละที่สำคัญยังมีปะการังที่สมบูรณ์ที่รอนักท่องเที่ยวไปชมสิ่งที่น่าตื่นเต้นใต้น้ำ
เเละที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ บริเวณเกาะคือหาดเฉวง ที่มีความยาวถึงเจ็ดกีโลเมตร มีที่พัก โรงเเรม
เเละกิจกรรมทางน้ำมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เล่นเเละยังมีหาดลไม
ที่มีชื่อเสียงอีกหาดหนึ่งความสวยนั้นก็ไม่เเพ้หาดใดในสมุย เเละที่สำคัญยังมีวัดพระใหญ่ ที่ประดิษฐ์ฐาน
“พระพทุธโคดม” พระพุทธรูปปางมารวิชัย
ที่น่าสักการะอย่างมาก สร้างขึ้นในพ.ศ.2515รวมถึงยังมีจุดชมวิวสาดเกาะที่สามารถมองเห็นเกาะสมุยได้สุดลูกหูลูกตา
ใครที่ไปเเล้วรับรองว่าจะต้องติดใจอย่างเเน่นอนเกาะที่สวยงามต่อมาของภาคใต้คือ…

หมู่เกาะสิมิลัน
อีกหนึ่งที่ท่องเที่ยวที่เป็นสุดยอดทางทะเลอยู่ที่จังหวัดพังงา มีพื้นที่กว่า 80,000 ไร่ เลยทีเดียว
หมู่เกาะสิมิสันมีเกาะน้อยใหญ่มากมายอยู่ใกล้กันเเละมีความสวยงาม
ยิ่งนักอยู่บนพื้นที่ทะเลฝั่งอันดามันของไทย เกาะเเห่งนี้ไปเเล้วต้องรีบไปดำน้ำดูปะการังเเละสัตว์ใต้ท้องทะเลที่
มีความสวยงาม ทั้ง ปลาโลมา ปลาการ์ตูนปลาไหลมอนเร่ ที่รอนักท่องเที่ยวให้ไปชม
เเละช่วงที่น่าไปมากที่สุดคือช่วงซัมเมอร์เดือนเมษายนนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเล่นไปตามเกาะต่างๆ
เเละเย็นๆก็สามารถนั่งดุพระอาทิตย์ตกดินเป็นอะไรที่สวยงามเชื่อว่าคนที่ไม่ต้องร้องว่ามันใช้เลยอย่างเเน่นอน
เเละไปเเล้วไม่ต้องกลัวไม่มีที่นอน ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันมีที่พักให้นักท่องเที่ยวในราคาไม่เเพง
เเละเกาะสุดท้ายที่จะเเนะนำคือ…

เกาะหลีเป๊ะอยู่ที่จังหวัดสตูล
เป็นเกาะในฝันของใครหลายคนที่อยากจะไปเยือนการเดินทางนั่งเรือไม่เกินสองชั่วโมงก็จะเจอกับเกาะที่สวยงามเเล้ว
สิ่งที่น่าสนใจของเกาะหลีเป๊ะคือหาดทราบที่ขาวยังกับฝงซักฟอกเเละนักท่องเที่ยวยังสามารถเช่าเรือเพื่อไปดำน้ำดูชีวิต
ใต้ท้องทะเลได้อีกด้วยหลายเกาะเเละราคาก็ไม่เเพงเเละที่สำคัญ
เมื่อไปถึงที่นั้นเเล้วที่ไม่ควรพลาดคือการกินอาหารทะเลเเบบสดๆ ที่เพิ่งขึ้นมาจากท้องทะเลมีมากมายทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา
เต็มไปหมดร้านค้ามีจำนวนมากที่จะคอยให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนต้องบอกว่าเกาะเเห่งนี้มีความคลาสซิกอย่างมาก
กลางคือจะมีถนนคนเดินให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อของที่ระลึก ส่วนที่พักนั้นก็ราคาไม่เเพงอย่างที่คิด
ส่วนการเดินทางมีทั้งการเดินทางด้วยเครื่องบินมาลงที่สนามบินหาดใหญ่เเละจะมีรถไปรับมาท่าเรือปากบารา
หรือรถบขส.ก็มาลงที่ขนส่งสตูลเเละนั่งรถต่อมายังท่าเรือปากบาราเช่นเดียวกันเเละการเดินทางไปเกาะก็จะมีเรือสปีดโบ๊ทขนาดใหญ่
และไฮสปีทเฟอร์รี่คอยรอนักท่องเที่ยวเพื่อพาไปยังเกาะเเละนี้คือสามเกาะสวยงามของภาคใต้ที่นักท่องเที่ยวควรที่จะลองไปสักครั้งในชีวิตมาเเล้วจะได้รู้ว่าสวรรค์มีจริง…

อ่านต่อ →

หลากหลายเมนูกล้วยแปรรูป ทำเองได้ไม่ง้อร้าน หยิบกินยามท้องว่าง

กล้วย เป็นผลไม้ที่หาง่ายในประเทศเรา บางบ้านปลูกไว้ทานเอง
จนออกผลมาหลายเครือ จนบางครั้งก็รับประทานกันไม่ทัน
กล้วยแปรรูปเป็นอะไรได้บ้างนะ? วันนี้เราจะมานำเสนอการแปรรูปเมนูกล้วยกันค่ะ
เมนูแปรรูปมีมากมายหลากหลาย เช่น กล้วยตาก กล้วยฉาบ
และเมนูกล้วยแปรรูปอื่น ๆ อีกเพียบ ลองทำเก็บไว้กินคลายง่วงกันรับรองอร่อยฟินสุดๆ

เมนูกล้วยแปรรูป เมนูแรก “กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล”
ส่วนผสม กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล
• กล้วยน้ำว้าดิบ 24 ลูก
• น้ำเย็นผสมน้ำมะนาวเล็กน้อยไว้สำหรับแช่กล้วย
• น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 80 กรัม
• แบะแซ 2 ช้อนชา
• วิปครีมชนิดจืด 50 กรัม
• เนยสดชนิดเค็ม 30 กรัม
• เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสุก 200 กรัม
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำกล้วยฉาบเคลือบคาราเมล
1. นำกล้วยน้ำว้ามาปอกเปลือก แล้วแช่ลงในน้ำเย็นผสมน้ำมะนาว
(เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนสี) พักไว้
2. ฝานกล้วยเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วม้วนให้เป็นแท่งกลม วางเรียงใส่ถาด
พักไว้ให้กล้วยหมาด ๆ
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กล้วยลงทอดจนเหลืองกรอบ
ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
4. ใส่น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี แบะแซ วิปครีม และเนยสดลงในภาชนะ
ยกขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวจนส่วนผสมมีลักษณะข้น
5. ใส่กล้วยทอดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คลุกเคล้าเบา ๆ จนเข้ากันดี
ยกลง พักไว้ให้เย็นสนิท บรรจุใส่ภาชนะ

เมนูกล้วยแปรรูป เมนูต่อมา “กล้วยอบกรอบ”
ส่วนผสม กล้วยอบกรอบ
• กล้วยหอมดิบ
• เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

วิธีทำกล้วยอบกรอบ
1. ปอกเปลือกกล้วยแล้วหั่นแว่น หนาประมาณ 1 มิลลิเมตร
2. ผสมเกลือกับน้ำ คนจนเกลือละลาย เตรียมไว้
3. ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไปกะพอท่วมกล้วย
พอร้อนแบ่งกล้วยลงไปทอด พอกล้วยเริ่มลอยขึ้นมา ใส่น้ำเกลือลงไปประมาณ 1
ช้อนชา ทอดจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้สะเด็ดน้ำมัน
ทอดจนกว่ากล้วยจะหมด พอเย็นลงแล้วก็จัดเสิร์ฟ หรือเก็บใส่ภาชนะ

เมนูกล้วยแปรรูป เมนูที่สาม “กล้วยตาก”
ส่วนผสม กล้วยตาก
• กล้วยน้ำว้า
• เกลือป่น
• น้ำ

วิธีทำกล้วยตาก
1. ปอกเปลือกกล้วยออก เรียงลงบนตะแกรง นำไปตากแดดประมาณ 5 วัน
หรือจนกล้วยเกือบแห้งสนิท และหมั่นคอยพลิกกลับด้านอยู่เสมอ
2. ก่อนนำกล้วยไปตากแดดในวันที่ 6 ให้ละลายน้ำกับเกลือให้เข้ากัน
นำขึ้นตั้งไฟต้มจนเดือด ทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นใช้ขวดน้ำคลึงหรือกดกล้วยให้แบน
แล้วนำกล้วยลงไปล้างในน้ำเกลือที่เตรียมไว้ จากนั้นนำกล้วยวางเรียงบนตะแกรง
นำไปตากแดดอีก 1-2 วัน จนกล้วยแห้งได้ที่
3. เมื่อกล้วยแห้งได้ที่แล้ว ใส่กล้วยลงในหม้อ ปิดฝาให้สนิท วางทิ้งไว้ 1 คืน
เพื่อให้น้ำตาลจากกล้วยซึมออกมา จากนั้นเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด
พร้อมเสิร์ฟ

เมนูกล้วยแปรรูป เมนูที่สี่ “กล้วยเชื่อม”
ส่วนผสม กล้วยเชื่อม
• กล้วยน้ำว้าสุกห่าม 15 ลูก
• น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม
• น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 100 กรัม
• น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง
• น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่าผสมเกลือป่น สำหรับแช่กล้วย

วิธีทำกล้วยเชื่อม
1. ปอกเปลือกกล้วยน้ำว้าหั่นเป็นชิ้น ใส่ลงในน้ำเกลือ แช่พักไว้
2. ใส่น้ำเปล่า น้ำตาลปี๊บ และน้ำตาลทราย ลงในภาชนะ ตั้งไฟพอเดือด
3. ใส่กล้วยน้ำว้า น้ำมะนาว รอให้เดือดคอยช้อนฟองทิ้งจนหมด
เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน 2-3 ชั่วโมงหรือจนกล้วยเป็นสีแดง
มีลักษณะมันเงาจากตัวน้ำเชื่อมที่เคลือบกล้วย ยกลงพักไว้ให้เย็นสนิท…

อ่านต่อ →

ชลบุรี ไม่ได้มีดีแค่ พัทยา (1)

แน่นอนว่า หากจะถามใครต่อใคร เกี่ยวกับ จังหวัดชลบุรี ร้อยทั้งร้อย
ก็ต้องบอกว่า จังหวัดแห่งนี้ มีดีที่ พัทยา อย่างไรก็ตามในความจริงแล้ว
จังหวัดชลบุรี ไม่ได้มีดีแค่ พัทยา เท่านั้น เพราะยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่าง
หลายสถานที่ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ทั้งในแง่ของ ทะเล ,
ประวัติศาสตร์ , วัด , วัง หรือจะเป็น พิพิธภัณฑ์ ที่สำคัญ แทบจะไปแบบเช้า-
เย็น กลับได้ทุกที่ และ จะมีอะไรกันบ้าง เราจะพาไปทำความรู้จักให้มากขึ้น
เริ่มจาก FROST Magical Ice Of Siam หรือที่ว่ากันว่า เป็นเมืองน้ำแข็งจำลอง
ที่ใหญ่ที่สุดแห่งทวีปเอเชีย
โดยที่แห่งนี้เต็มไปด้วยประติมากรรมน้ำแข็งแกะสลัก บนพื้นที่ใหญ่ถึง 30,000
ตารางเมตร ที่บอกเล่าเรื่องราว ความเป็นไทย ผ่านความเป็นศิลปะ และ
วัฒนธรรม นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างจากช่างฝีมือระดับโลก ภายในโดมนั้น
ยังมีประติมากรรม และ การแกะสลักน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ด้วย
ท่ามกลางอุณหภูมิ ประมาณ 10 องศา เรียกได้ว่า
หากใครต้องการสัมผัสความเย็นแบบสุดๆ ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอก
ต่อมาคือ ปราสาทสัจธรรม หรือ ชื่อในภาษาสากล ที่เรียกว่า Sanctuary of Truth
เป็นปราสาทไม้ที่ไม่เพียงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
แต่ยังใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีเนื้อที่กว่า 80 ไร่ โดยตัวของปราสาทนั้น
ไม่มีโลหะ หรือ ปูนเข้ามาผสมมาแต่นิดเดียว เนื่องจาก ทำด้วยไม้ทั้งหลัง
ยกเว้นส่วนของฐาน ที่เป็นคอนกรีด มีการใช้ระบบเดือยไม้แบบไทยๆ
หรือใส่สลักได้ตามภูมิปัญญาจากโบราณ ที่สำคัญ ภายในปราสาทแห่งนี้นั้น
ยังเต็มไปด้วยการแอบแฝงเนื้อหาทางปรัชญา และ
ศิลปวัฒนธรรมที่เป็นมรดำของมนุรักษ์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บ่งชี้ชัดเจนว่า
ศาสนา เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ ที่ช่วยคุ้นจุนโลก
ปิดท้ายกันที่ Love art park ที่ว่ากัน
สวนศิลปะแห่งรักและแห่งเดียวในประเทศไทยเดิน ชมสวนศิลปะ แชะภาพรัวๆ
ทานไก่ตุ๋นเจ้าดังจากแดนกิมจิ ทั้งหมดนี้ทำได้ที่ Love art park
สวนศิลปะแห่งรักแนวอิโรติก
ซึ่งทางสวนตั้งใจจะสื่อถึงความรักในรูปแบบของรูปปั้นต่างๆ
มีทั้งซีเรียสและขบขัน ลักษณะการจัดสวนถ้ามองจากมุมบนจะเห็นเป็นผีเสื้อ
ทางสวนจะเเบ่งออกเป็นโซนๆ

มีรูปปั้นกำลังแสดงอาริยาบถต่างกันออกไปชวนให้เข้าไปถ่ายรูปและจิตนาการ
ถึงความหมายของรูปปั้นอย่างสนุกสนาน ส่วนใครที่ชื่นชอบความเป็นเกาหลี
ทางเลิฟอาร์ตปาร์คก็มีชุดฮันบกให้ใส่ถ่ายรูปกันเก๋ๆ อีกด้วย
ซิกเนเจอร์อีกอย่างหนึ่งคือ ซัมกเยทัง ไก่ตุ๋นโสมแห่งเดียวในพัทยา
นำเข้ามาจากประเทศเกาหลีเชียวนะ
อย่างไรก็ตามจากทั้งหมดที่เรากล่าวมานั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
เพราะเราเชื่อว่า จังหวัดชลบุรี
ยังมีอีกหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย
ซึ่งรอให้ทุกคนเดินทางไปค้นหาอยู่…

อ่านต่อ →