จันทร์. ก.ย. 16th, 2019

เว็บแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศ

รวบรวมข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว แนะนำร้านอาหารในพื้นที่สุดอร่อย พร้อมที่พักโรงแรมอีกมากมาย

ค้นหาเหมืองแร่เก่า ปิล๊อก วันนี้ที่เปลี่ยนไป

1 min read
เหมืองแร่เก่า ปิล๊อก

ฤดูฝน เป็นช่วงเวลาที่ใครก็ไม่อยากขยับไปไหน
โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนอย่างเราท่านที่การทำงาน
ในฤดูแห่งความเหงานี้ช่างอ่อนแรงและเปล่าเปลี่ยวหัวใจเหลือเกิน
เรียกว่าไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจในการทำงานเลย
แล้วทำอย่างไรจึงจะมีแรงกระตุ้นกลับมาลุยงานอีกครั้ง
หนึ่งในกิจกรรมที่หลายคนเลือกย่อมหนีไม่พ้นการพาตัวเองเฟดออกจากสถานที่เดิมๆ
ไปซึมซับบรรยากาศและทิวทัศน์อันงดงามของธรรมชาติ
เรียกง่ายๆ ว่าออกไปชาร์จแบตนั่นแหละ
ซึ่งหนึ่งในสถานที่ที่ผู้คนมักเดินทางไปเยี่ยมเยือน
ย่อมหนีไม่พ้น กาญจนบุรี
จังหวัดที่มีวัฒนธรรมและธรรมชาติอันหลากหลาย
แถมอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร
เรียกได้ว่าเที่ยวที่เดียวครบจบทุกที่
อย่างไรก็ตาม สถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรีที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อย
พูดถึงกันคือ “ปิล๊อก” ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ
เพราะเป็นตำบลที่อยู่ติดชายแดนไทย-พม่า
การเดินทางจึงไม่ใคร่จะถูกใจบรรดานักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกมากนัก
แต่หากใครเป็นนักท่องเที่ยวขาลุยสายฮาร์ดคอร์
เราแนะนำว่า ปิล๊อก
คือหนึ่งในสถานที่ที่คุณควรเดินทางไปเยี่ยมเยือนสักครั้งในชีวิต
เพราะนอกจากจะเป็นสถานที่อันแสนสงบสุขแล้ว ปิล๊อก
ยังเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ด้วย
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2483 กรมทรัพยากรธรณี
นำคณะนายช่างมาสำรวจพื้นที่บริเวณนี้
ก่อนจะพบแร่ดีบุกและวุลแฟรมจำนวนมาก
รวมไปถึงแร่ทังสะเตนและแร่ทองคำ
กระทั่งองค์การเหมืองแร่กรมโลหะกิจ ได้เปิดเหมืองปิล๊อก
ขึ้นเป็นแห่งแรกที่บ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก

อย่างไรก็ตาม
การเปิดเหมืองในครั้งนั้นนำมาสู่ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยกับกรรมกรพม่า
เพราะฝ่ายไทยห้ามกรรมกรพม่านำแร่ไปขายให้อังกฤษ
แต่กรรมกรพม่าฝ่าฝืน จึงทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก
นั่นทำให้ชาวบ้านเรียกเหมืองแห่งนี้ว่าเหมืองผีหลอก
แล้วจึงเพี้ยนเป็น ปิล๊อก
ซึ่งกลายเป็นชื่อเหมืองแร่และตำบลในเวลาต่อมา
หลังจากนั้นก็ได้มีเหมืองแร่อื่นๆ ทยอยเปิดตามกันมาอีกมากมาย
ทั้ง เหมืองเล็ก เหมืองใหญ่ ประมาณ 50-60 เหมือง
ซึ่งผู้คนบริเวณนี้พากันเรียกบรรดาเหมืองทั้งหลายในพื้นที่แบบเหมารวมว่าเหมืองปิล๊อก
ดินแดนแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ของบรรดานายเหมืองทั้งหลาย
ที่ต่างหลั่งไหลเข้ามาแสวงโชค ทั้งคนไทย, พม่าและแขกอินเดีย
เหมืองปิล๊อก จึงสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชุมชนโดยรอบเป็นอย่างมาก
กระทั่งปี พ.ศ.2528 เกิดภาวะราคาแร่โลกตกต่ำ เหมืองปิล๊อก
จึงปิดตัวลง เหลือทิ้งไว้เพียงตำนานเมือง เหมืองอันรุ่งโรจน์
ก่อนปัจจุบันจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติ
โดยนอกจากการเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติและความรุ่งเรื่องในอดีตที่ ปิล๊อก แล้ว
สถานที่แห่งนี้ยังมีแลนด์มาร์คอีกหลายจุดให้นักเดินทางได้บันทึกความทรงจำ
ไล่ตั้งแต่ ฐานปฎิบัติการช้างศึก, บ้านอีต่อง,
บ้านป้าเกล็น, เนินเสาธง, จุดชมวิวเขาขาด, น้ำตกจ๊อกกระดิ่น,
น้ำตกผาแป และน้ำตกเจ็ดมิตร
ส่วนการเดินทางจากกรุงเทพมหานคร
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จ.นครปฐม
ขับมาประมาณ 9 กม. จะพบสะพานลอยข้ามไปทาง จ.กาญจนบุรี
ขับไปตามทางหลวงหมายเลข 323 ขับมาประมาณ 7 กม.
ท่านจะพบสี่แยก ให้เลี้ยวขวาเพื่อไปยัง อ.เมืองกาญจนบุรี

จากนั้นมุ่งหน้าสู่สี่แยก แก่งเสี้ยน ให้ขับ ไปทาง อ.ทองผาภูมิ
ซึ่งจะผ่านทั้ง ไทรโยคน้อย และไทรโยคใหญ่ แล้วจะพบ สามแยก
ให้ขับตรงไปเพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.ทองผาภูมิ ประมาณ 25 กม.
เส้นทางเป็นทางลัดเลาะตามไหล่เขา ถนนค่อนข้างแคบโค้งเยอะ
กระทั่งถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ขับไป 2.5กม.
ทางขวามือมีทางแยกไปน้ำตกจ๊อกกระดิ่น
ขับตรงไปอีกนิดทางซ้ายมือจะมีเส้นทางลงเขาปากทางปักป้ายไว้ว่า
เหมืองสมศักดิ์ (บ้านป้าเกล็น) หากตรงไปเรื่อยๆ ก็ถึง สภ.ต.ปิล๊อก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *