ตามรอยอาหารไทยโบราณ : เมี่ยงปลาทู

เมี่ยง ถือเป็นอาหารไทยโบราณที่มีมาแต่โบราณและมีทั่วทุกภาคของไทย
แล้วแต่วัตถุดิบและชื่อเรียกที่จะแตกต่างกันออกไป ซึ่ง“เมี่ยงปลาทู” ที่กำลังจะนำเสนอในบทความนี้
ถือเป็นอาหารไทยโบราณของภาคกลางแฝงความเป็นชาววังไว้ด้วย
นั่นก็เพราะ เมี่ยงปลาทู ที่เราจะนำเสนอเป็นสูตรของวังบางขุนพรหม เป็นตำรากับข้าวของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน
พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ประสูติแต่ หม่อมเจ้าประสงค์สมบริพัตร
โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน เป้นคนไทยคนแรกที่เปิดร้านอาหารไทยร้านแรกในประเทศอังกฤษ ชื่อร้าน Siam Rice ในกรุงลอนดอน
และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 รวมสิริพระชนมายุ 90 พรรษา
ว่าแล้ว เมี่ยงปลาทู สูตรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน จะเด็ดสาระตี่แค่ไหน
เชิญทัศนาไปพร้อมกันเลยครับ เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบ แน่นอนว่า
ปลาทู สามารถหาได้ทั่วไปตามท้องตลาด แต่ให้เลือกที่นึ่งมาแล้ว4-5 ตัว จะได้ย่นระยะเวลาการทำ
นอกเหนือจากนี้ยังมี มะพร้าวขูดขาว 150 กรัม, ขิงอ่อนซอย 50 กรัม, หอมแดงซอย 50 กรัม, พริกขี้หนูสวนซอย 10 เม็ด,
มะนาว 3-4 ชิ้น, น้ำปลาอย่างดี 3 ช้อนโต๊ะ และ ใบคะน้า ทั้งหมดนี้เป็นวัตถุดิบสำหรับ 4 ท่าน
ส่วนกรรมวิธีการปรุงก็ไม่ยากอะไร เริ่มจากนำ ปลาทูนึ่ง
ที่เตรียมไว้ มาทอดหรือย่างกับกระทะพอหอม ไม่ต้องกลัวดิบเพราะผ่านการนึ่งมาแล้ว จากนั้นจึงแกะเอาแต่เนื้อ
ส่วนหนังจะทานเล่นหรือโยนทิ้งไปก็แล้วแต่สะดวก
เมื่อเตรียมพระเอกอย่าง ปลาทู เสร็จแล้วก็ขยับมาคั่วมะพร้าวขูดขาวด้วยไฟอ่อนๆ กันต่อ
คั่วด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนมะพร้าวขูดขาวเริ่มกรอบ ส่งกลิ่นหอมและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล
แล้วค่อยตักขึ้นจากกระทะพักใส่จานเอาไว้
ขั้นตอนสุดท้ายก็แค่นำ เนื้อปลาทู
มายีในหม้อหรือกะละมังให้เนื้อปลาฟู จากนั้นใส่ หอมแดง,
ขิงฝอย, พริกขี้ซอย, น้ำปลา และ น้ำมะนาว ลงไป
ชิมให้ได้รสเปรี้ยวและเค็มตามใจชอบถือเป็นอันใช้ได้สำหรับไส้ของ เมี่ยงปลาทู สูตรวังบางขุนพรหม
ซึ่งวิธีรับประทานก็ไม่ยากเย็นอะไร
แค่นำใส่ที่เตรียมมาตักใส่ ใบคะน้า หรือ ผักกาดหอม ก็ได้
จีบพอดีคำแล้วโรยหน้าด้วย มะพร้าวคั่ว รับประทานทีละคำอร่อยล้ำอย่างบอกใคร แถมเป็นวิธีกินอย่างไทยแท้
ใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวไม่มีทิ้งขว้าง
โดยปัจจุบัน เมี่ยงปลาทู สูตรบางขุนพรหมอาจเป็นอาหารที่หาทานได้ยาก
แต่หากจะหาสูตรที่ประยุกต์ออกไป แต่รสชาติคล้ายคลึงกัน
ก็สามารถหาทานได้ทั่วไปในประเทศไทย ตั้งแต่ร้านอาหาร 5 ดาวไปจนถึงร้านริมถนนหนทาง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *